
ไฟแนนซ์ทูเดย์
หลังจากที่มีชื่อคนนั้นคนนี้แพลมออกมาว่าจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง
หลังจากที่มีชื่อคนนั้นคนนี้แพลมออกมาว่าจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง
โดย..ช.ชดา
รายชื่อล่าสุดที่ผู้เกี่ยวข้องทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.คลังคือ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานคณะผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์
ช.ชดา ไม่แปลกใจที่ชื่อนี้โผล่ขึ้นมา เพราะถ้าถามถึงความแนบแน่นระหว่างตระกูลชินกับ ดร.ตุ๋ย นั้น มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นผู้เชื่อมสัมพันธไมตรี ในฐานะที่สนิทกันส่วนตัวและเป็นคนทาบทาม ดร.วิชิต มาเป็น รมว.คมนาคม สมัยพรรคพลังธรรมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
แนบแน่นขนาดไหนดูจากพอร์ตเงินฝากของกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่นก็รู้ เพราะฝากไว้ที่ธนาคารแห่งนี้เกือบหมด และอย่าลืมว่าธนาคารไทยพาณิชย์เป็นคนทำดีลประวัติศาสตร์ ที่ขายหุ้นกลุ่มชินให้กองทุนเทมาเซกจากสิงคโปร์ จนเป็นเหตุให้รัฐบาลทักษิณต้องวงแตก
คนจะทาบทามก็ว่ากันไปแต่ ดร.ตุ๋ย จะรับหรือไม่ต้องถามใจ ดร.วิชิต เอง ว่าจะยอมอยู่ระหว่างเขาควายหรือไม่ ในยามที่ประเทศชาติกำลังไร้ซึ่งความสามัคคี และเศรษฐกิจใกล้จะมีปัญหาจากนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้อึดตะบือ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ช.ชดา หนุนส่ง ดร.ตุ๋ยมา เป็น รมว.คลัง เพราะทอดตาไปแล้วดูดีกว่าใครๆ ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตทั้งหมด ยังสดและไม่ช้ำจากการเลือกข้าง ยามนี้ต้องการคนมีฝีมือมาช่วยกู้เศรษฐกิจ ที่พร้อมจะม้วนเป็นขาลงได้ตลอดเวลา จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภัยธรรมชาติ
ของฟรีไม่มีในโลก กระทรวงการคลังแพลมออกมาแล้วว่า จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ แต่ขอแลกกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างนี้ก็มันซิคะ เพราะบริษัทใหญ่ๆ ท็อปไฟว์ของประเทศเงินเดือนพนักงานส่วนใหญ่เกินค่าแรงขั้นต่ำไปนานแล้ว ได้ลดภาษีก็ได้กำไรล้วนๆ ส่วนที่ลูกผีลูกคนไม่ได้อะไร และบริษัทที่ทำบัญชีขาดทุนและไม่เคยเสียภาษีก็จะขาดทุนตลอดกาล ไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่คนทั้งประเทศต้องแบกภาระจากภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เศรษฐีถึงยาจก แล้วค่าแรงที่ขึ้นไปนี่เท่ากับไม่ได้อะไรเลย
แบงก์ชาติเคยทำ cost of living ของคนไทยเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วว่า คนที่จะอยู่ได้ในภาวะเงินเฟ้อสูงต้องมีรายได้ต่อเดือน 8,000 บาทขึ้นไป แต่ตอนนี้ตัวเลขน่าจะขยับตามระดับราคาและเงินเฟ้อไปแล้ว ใครไม่มีรายได้เกินหมื่นคงอยู่ยาก m







