
ขึ้นค่าแรงทุบโรงแรมไทย
คาดรร.3ดาวขายทิ้งเพียบทุนตอ.กลาง-สิงคโปร์รอฮุบ
คาดรร.3ดาวขายทิ้งเพียบทุนตอ.กลาง-สิงคโปร์รอฮุบ
ทีเอชเอ ชี้นโยบายค่าแรง 300 บาท ทำเจ้าของโรงแรม กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ถอดใจแห่ขายกิจการทิ้ง ย้ำเจ็บหนักกว่าการเมือง
นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ทีเอชเอเชื่อว่านโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และเงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นบาท/เดือน ของพรรคเพื่อไทยจะกระทบต่อการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมอย่างหนัก เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาห้องพักที่ไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม 3 ดาว ทำให้เจ้าของกิจการอาจเลือกขายโรงแรมทิ้ง
ทั้งนี้ กลุ่มโรงแรมที่คาดว่าจะตัดสินใจขายกิจการทิ้ง ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ พัทยา และ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีปริมาณห้องพักมากกว่าความต้องการของนักท่องเที่ยว (โอเวอร์ ซัพพลาย) และไม่สามารถปรับราคาห้องพักได้มากนัก ประกอบในขณะนี้ มีกลุ่มนักลงทุนประเทศแถบตะวันออกกลาง และสิงคโปร์ให้ความสนใจที่จะเข้ามาซื้อกิจการจำนวนมาก
นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนไทยและต่างชาติชะลอการลงทุนโครงการใหม่ๆ จนกว่าจะเห็นความชัดเจนในเรื่องนี้
“ผมเชื่อว่าถ้านโยบาย 2 เรื่องนี้ถูกนำไปใช้อย่างเต็มสูบ จะทำให้โรงแรมเจ๊งกันระนาว ซึ่งหนักกว่าการเกิดวิกฤตทางการเมืองที่ทุกฝ่ายต่างพยายามประคองให้ธุรกิจอยู่รอด ซึ่งมองว่าโรงแรม 3 ดาวจะได้รับผลกระทบก่อน เพราะสายป่านน้อย ส่วนที่อยู่รอดจะเป็นโรงแรมเชนต่างชาติ” นายสัมพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทีเอชเอ เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดตั้งกองทุน โดยนำภาษีที่จัดเก็บจากธุรกิจโรงแรม 3-4% เป็นทุนกองทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการเมื่อเกิดวิกฤตด้านต่างๆ และต้องการให้มีการกวดขัน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ที่ทำธุรกิจแข่งกับโรงแรม เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าเรื่องการนำเงินค่าบริการ (เซอร์วิส ชาร์จ) หักเข้าประกันสังคม นั้น ทีเอชเอได้ทำหนังสือถึงสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการจัดเก็บ โดยสมาคมไม่เห็นด้วยที่ สปส.จะเก็บเงินประกันสังคมจากเงินในส่วนเซอร์วิส ชาร์จ เนื่องจากเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอน อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการยกเลิกการว่าจ้างพนักงานประจำ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจ
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมทีเอชเอ เปิดเผยว่า ถึงสมาชิกทีเอชเอได้ติดตามการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้เห็นถึงทิศทางการท่องเที่ยวในอนาคต โดยทีเอชเอยินดีแลกเปลี่ยนข้อมูลการความคิดเห็นร่วมกับภาครัฐ เพื่อให้แผนการทำงานด้านการท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับภาพรวมอัตราการเข้าพักเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยเชียงใหม่อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 37% เทียบกับปีก่อน 24% ภูเก็ต 60.3% เทียบกับปีก่อน 45% พัทยา 62% ปีที่ผานมา 45% กรุงเทพ ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลังสถานการณ์การท่องเที่ยวจะดีขึ้น







