
ชงสานต่อครัวไทยครัวโลกหันเน้นปลอดภัย
เตรียมเสนอแผนครัวไทยสู่ครัวโลกเสนอรัฐบาลใหม่ เน้นครัวอาหารปลอดภัย ด้านพาณิชย์ดันไก่ห่อใบเตยต่อหลังมัสมั่นดังทั่วโลก
เตรียมเสนอแผนครัวไทยสู่ครัวโลกเสนอรัฐบาลใหม่ เน้นครัวอาหารปลอดภัย ด้านพาณิชย์ดันไก่ห่อใบเตยต่อหลังมัสมั่นดังทั่วโลก
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า สถาบันอาหารอยู่ระหว่างเตรียมแผนงานเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล โดยในครั้งนี้จะเน้นไปที่การสร้างให้ไทยเป็นครัวอาหารปลอดภัยของโลก มากกว่าการไปเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศ
นอกจากนี้ จะเร่งยกระดับผู้ผลิตในธุรกิจขนาดกลางที่มีอยู่ประมาณ 3,000–4,000 ราย ให้พัฒนาคุณภาพมาตรฐานอาหารให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมีอยู่ 200 ราย โดยมีเป้าหมายให้เพิ่มมาตรฐานการผลิตได้ให้อีก 1 เท่าตัว ภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ด้วย
ทั้งนี้ ผู้ผลิตอาหารขนาดกลางส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบรนด์ของลูกค้า ซึ่งบางส่วนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งออกได้ โดยสถาบันอาหารจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่ต้นทาง คือการผลิตวัตถุดิบ ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าให้อาหารไทย คือ การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานให้เหมาะสมกับตลาด เช่น รสชาติ อายุการเก็บรักษานานขึ้น ซึ่งจะทำให้โอกาสการส่งออกอาหารมีมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะช่วยเหลือเรื่องการตลาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการลงทุนผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องช่วยเหลือเรื่องการตลาดด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศสำหรับอาหารพร้อมรับประทานมีแนวโน้มขยายตัวทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยสถาบันอาหารได้ศึกษาข้อมูลร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) พบว่าตลาดสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่นมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ซึ่งในอียูต้องการอาหารพร้อมรับประทานในโรงพยาบาล โรงเรียนและเรือนจำ โดยตลาดส่วนนี้ผู้ส่งออกไทยยังเข้าไม่ถึงจึงต้องอาศัยหน่วยงานรัฐเป็นผู้นำไป รวมทั้งในตลาดญี่ปุ่นต้องการอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้นเพื่อทดแทนสินค้าอาหารบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากนิวเคลียร์
นอกจากนี้ สถาบันอาหารจะเสนอให้รัฐบาลใหม่มีนโยบายเสริมภาพลักษณ์สินค้าปลอดภัยของอาหารไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกสมัยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรมว.พาณิชย์ โดยเป้าหมายของโครงการครัวไทยสู่ครัวสู่ในขณะนั้นมีเป้าหมายส่งเสริมให้เกิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศ 2 หมื่นร้าน เพื่อเป็นการแนะนำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จัก ขณะเดียวกันจะเสนอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดโลกรับรู้สินค้าคุณภาพอาหารของไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบของไทยที่มีคุณภาพ ซึ่งมีเป้าหมายให้ตลาดโลกมั่นใจวัตถุดิบไทยเหมือนกับที่ตลาดโลกมั่นใจสินค้าจากญี่ปุ่น
“ดีใจที่รัฐบาลใหม่มีโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกเป็นหนึ่งในนโยบายที่จะผบักดัน เพราะอาหารไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ เป็นที่รู้จัก และเป็นที่ยอมรับอยู่ในตลาดโลกอยู่แล่ว หากสามารถพัฒนาใช้เทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น จะยิ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มขึ้น” นายเพ็ชร กล่าว
พาณิชย์” เกาะกระแสแกงมัสมั่นแรง สั่งบูมอาหารไทยทั่วโลกหวังโปรโมตไก่ห่อใบเตย กระทงทอง กระเพราไก่ บัวลอย มั่นใจกระตุ้นส่งออกอาหารไทยเพิ่ม
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ เร่งส่งเสริมอาหารไทยชนิดอื่นๆ เพื่อผลักดันให้เป็นที่รู้จักของตลาดโลก หลังจากที่แกงมัสมั่นของไทยได้รับการจัดอันดับเป็นอาหารที่อร่อยสุดในโลก ซึ่งเชื่อว่าหากทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติทั้งด้านรสชาติและโภชนาการตามยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารไทย และสามารถส่งออกวัตถุดิบอาหารไทยไปตลาดต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมพ่อครัวแม่ครัวไทย ไปทำงานตามร้านอาหารไทยในต่างประเทศมากขึ้นด้วย
นายปณิธิ อุทัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า กรมจะใช้กระแสแกงมัสมั่นที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก เร่งประชาสัมพันธ์อาหารไทยชนิดอื่น เช่น ไก่ห่อใบเตย กระทงทอง กะเพราไก่ และบัวลอย ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีส้มตำ ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน และผัดไทได้รับความนิยมอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายตลาดอาหารไทย และส่งเสริมการส่งออกสินค้ากลุ่มวัตถุดิบ เครื่องปรุง เครื่องแกง อาหารกระป๋อง ผักสดของไทยไปต่างประเทศในสหรัฐฯ เอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวต่างชาตินิยมอาหารไทยมากอยู่แล้ว เพราะอาหารไทยมีรสชาติกลมกล่อง หวาน มัน เค็มพอดี แต่อาจจะให้ปรับรสเผ็ดให้ลดลงบ้างเพราะชาวต่างชาติไม่นิยม จึงเชื่อว่าอนาคตอาหารไทยจะได้รับความนิยมมากนี้อีก เพราะนอกจากอร่อยแล้ว ยังมีส่วนประกอบจากสมุนไพร เครื่องเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และกำลังอยู่ในกระแสที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจการซื้อหาไปรับประทาน
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลอกเลียนแบบแกงมัสมั่น หรือมีการปรุงแต่งจนรสชาติผิดเพี้ยนไปจากเดิม กรมจะเข้าไปช่วยดูแลร้านอาหารไทยในต่างแดน พร้อมกับส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างแดนให้ใช้ตราสัญลักษณ์ไทยซีเล็คท์ เพื่อส่งเสริมใช้เครื่องปรุงไทย และประกอบอาหารให้ตรงสูตรต้นตำรับของไทยมากที่สุด ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มตราไทยซีเล็คท์ ให้ร้านอาหารทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มี 1,200 แห่ง
นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า แกงมัสมั่นเป็นสูตรอาหาร ทำให้ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรได้ เพราะไม่ใช่ของใหม่ หรือมีขบวนการผลิตที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งมีต้นแบบจากอินเดียแต่มีการนำมาปรุงแต่งจนเป็นที่นิยมในไทยและสร้างชื่อในต่างประเทศมาหลายร้อยปีแล้ว หากจะให้เกิดการคุ้มครองก็ต้องมีหน่วยงานด้านอาหารรับรองคุณภาพอาหาร และจดเป็นเครื่องหมายรับรองแทน







