
ต่างด้าวยุคใหม่เมินทำนา
สศก.สำรวจ10จ.ใช้แรงงานสูงทิ้งเกษตรมุ่งสู่งานภาคบริการ
สศก.สำรวจ10จ.ใช้แรงงานสูงทิ้งเกษตรมุ่งสู่งานภาคบริการ
สศก.เปิดผลสำรวจแรงงานต่างด้าวภาคเกษตร หันสู่แรงงานบริการมากขึ้น เบื้องต้นเชียงใหม่เสนอให้อำนาจท้องที่
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สศก.ได้สำรวจแนวทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในกิจการเกษตร 10 จังหวัดที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต ตาก ระนอง สมุทรปราการ ชลบุรี นครปฐม และสงขลา เพื่อนำมาใช้ในการเสนอแนวทางแก้ไขในระดับนโยบายต่อปัญหาแรงงานภาคเกษตรในประเทศไทย
เบื้องต้นได้สำรวจที่ จ.เชียงใหม่ แล้วเสร็จ พบว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการเกษตรที่สำคัญของเชียงใหม่ มีมากในกิจการสวนส้ม หอม กระเทียม ลิ้นจี่ ทำนา และโรงสี แต่มีแนวโน้มการจ้างแรงงานต่างด้าวลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนได้เลิกกิจการไป และแรงงานต่างด้าวที่ทำงานมานานมีฝีมือมากขึ้น ได้เปลี่ยนไปทำงานบริการและก่อสร้างแทน เพราะ จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยว มีการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้ประกอบการในกิจการบริการต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก จึงจูงใจให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน ด้วยการให้อัตราค่าจ้างสูงกว่างานในภาคเกษตร เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการในกิจการเกษตรและเกษตรกรขาดแคลนแรงงาน
นอกจากนี้ การจูงใจให้แรงงานไทยทำงานแทนแรงงานต่างด้าวนั้นทำได้ยาก เพราะเป็นค่านิยมในการทำงาน อีกทั้งแรงงานไทยมีการศึกษาดีขึ้น จึงไปทำงานนอกภาคเกษตร เพราะมีค่าจ้างและสวัสดิการที่ดีกว่า
สำหรับข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหานั้น ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ควรมีการพิสูจน์สัญชาติในไทยให้แก่แรงงานต่างด้าวที่มีปัญหาในการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อจะได้มีบัตรประจำตัวแสดงสถานภาพติดตัวไม่ให้ถูกจับกุมและสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้มาจดทะเบียน เพราะเกษตรกรหรือผู้ประกอบการไม่มีเวลาพาแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนหรือรายงานตัวตามกำหนดนั้น ควรมีการกระจายอำนาจหรือออกกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การ บริหารส่วนตำบล ดำเนินการเรื่องการขอใบอนุญาตทำงาน/การรายงานตัว รวมทั้งการเก็บค่าธรรมเนียม และควรให้มีผู้แทนเกษตรกรรายย่อยในคณะอนุกรรมการแรงงานต่างด้าวของจังหวัดในการนำเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่เชียงใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานต่างด้าวเชื้อสายไทยใหญ่ ที่ต้องการอยู่เมืองไทยอย่างถาวร โดยจะเข้ามาอาศัยกันแบบทั้งครอบครัว แม้ว่าผู้ประกอบการเกษตรรายใหญ่และหอการค้าจังหวัด จะมีส่วนร่วมในคณะอนุกรรมการแรงงานต่างด้าวของจังหวัดในการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว และต้องการช่วยเหลือให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองตามสิทธิมนุษยชนก็จริง แต่ว่าเกษตรกรรายย่อยนั้นไม่มีผู้แทนในคณะอนุกรรมการนี้ รวมทั้งคณะอนุกรรมการใหญ่ระดับประเทศให้แก่ภาคเกษตร คาดผลสำรวจทั้ง 10 จังหวัดจะเสร็จในเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะลงพื้นที่สำรวจให้ครบทั้ง 10 จังหวัด โดยจังหวัดต่อไป คือ จังหวัดระนอง และ สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะลงพื้นที่ในช่วงปลายเดือน กรกฎาคม และ สิงหาคมคาดว่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมด







