
แปซิฟิค เฮลธ์แคร์เดินหน้าขยายฐานลูกค้า
แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป ปรับยุทธศาสตร์รับเออีซี ชู วัน สต็อป โซลูชั่น พาร์เนอร์ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าไทย คาดปี 2558 สัดส่วนแตะ50% พร้อมตั้งเป้าเติบโตปีละ 10 – 15%
แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป ปรับยุทธศาสตร์รับเออีซี ชู วัน สต็อป โซลูชั่น พาร์เนอร์ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าไทย คาดปี 2558 สัดส่วนแตะ50% พร้อมตั้งเป้าเติบโตปีละ 10 – 15%
นายประเสริฐ ไวยาวัจมัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป กล่าวว่า แผนการดำเนินงานนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป บริษัทจะปรับตัวเป็น วัน สต็อป โซลูชั่น พาร์เนอร์ เพื่อให้บริการลูกค้าหรือผู้ประกอบไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการความสะดวกในการจดทะเบียนยา การจำจัดหน่ายสินค้าเวชภัณฑ์ ยา เครื่องมือแพทย์ เวชสำอาง การเก็บเงิน
การแนะนำสินค้าและบริการ ในประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากเดิมเป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากต่างประเทศในประเทศไทยเท่านั้น
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงานเป็นไปเพื่อบริหารความเสี่ยงจากสภาพตลาดยาและเวชภัณฑ์ที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลในหลายๆ ประเทศ ส่งผลให้ตลาดยาไม่เติบโต เช่น การกดดันให้ลดราคายาลง 50% หรือตลาดยาในประเทศไทย ปีที่ผ่านมาตลาดยามีอัตราการเติบโตเพียง 2% ในขณะที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเติบโต 12% หรือเป็นตัวเลขสองหลัก
ดังนั้นการขยายหรือหาตลาดใหม่ในต่างประเทศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในปี 2558 ความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีผลบังคับใช้ บริษัทยาจากต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จะเข้ามาทำตลาดและขายในประเทศไทย ซึ่งในที่สุดจะกระทบต่อบริษัทยาไทย ดังนั้น บริษัทจึงวางแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ผลิตยา ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพร ยาสามัญ เวชสำอาง เครื่องมือแพทย์ให้มีช่องทางในการขยายตลาดไปยังประเทศในภูมิภาคนี้ ที่มีจำนวนประชากรมหาศาล
สำหรับเป้าหมายของการดำเนินงาน บริษัทคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ประกอบการไทยเข้ามาใช้บริการของบริษัท 10 – 15 ราย และคาดว่าในปี 2558 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีลูกค้าไทย 50% จาก 0% ในปัจจุบัน และลูกค้าต่างประเทศ 50% จาก 100% หรือ 40 ราย ในขณะนี้
ส่วนเป้าหมายทางด้านรายได้ บริษัทหวังว่าหลังจากปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจแล้ว บริษัทจะมีอัตราการเติบโตทางด้านรายได้ 10 – 15% นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีทีผ่านมาที่มีรายได้ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นยาเฉพาะทางและยาสามัญ 50% เวชสำอาง 40% เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 10%
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ทางด้านนโยบายทางด้านสาธารณสุข ที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญ หรือการผลักดันให้คนไทยสามารถเข้าถึงยา และ การรักษาโรคที่ทั่วถึงเท่าเทียม มีคุณภาพอย่างแท้จริง ก็จะช่วยให้ประชากรไทยมีสุขภาพที่ดี ในขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมให้ตลาดยาในประเทศไทยเติบโต







