posttoday
การเมืองนิ่งช่วยเศรษฐกิจโต เงินไหลเช้าไม่หยุด

การเมืองนิ่งช่วยเศรษฐกิจโต เงินไหลเช้าไม่หยุด

24 กรกฎาคม 2554

แวดวงการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหายใจโล่งขึ้น

แวดวงการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหายใจโล่งขึ้น

โดย...ทีมข่าวการเงิน

แวดวงการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหายใจโล่งขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องหลังการเมืองนิ่ง

ทำให้หน่วยงานต่างๆ คาดการณ์การเติบโตดีขึ้น เริ่มจากภาคเอกชน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้น่าจะเติบโต เฉลี่ยทั้งปีที่ 4% เพิ่มจากเดิมที่ 3.6% เพราะมีมุมมองในเชิงบวกต่อการใช้จ่ายที่เกิดจากการบริโภค ซึ่งเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาล

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงประเมินจีดีพีปีนี้ไว้ที่ระดับ 4.1% เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีแรงส่งที่ดีจากการใช้จ่ายในประเทศที่น่าจะกลับมาดีขึ้น จากรายเกษตรที่ดีและการจ้างงานที่เร่งตัวขึ้น และการส่งออกที่ขยายตัวได้ในระดับที่ดี

สอดคล้องกับการประมาณการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก่อนหน้านี้ที่ประมาณการจีดีพีปีนี้ไว้ระดับเดิมที่ 4.5% เท่าเดิม

มุมมองของหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชนช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติในมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจครึ่งหลังของปีนี้ที่น่าจะโตได้ดีต่อเนื่อง

และผลจากแนวโน้มที่เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและไทยมีดี บวกกับมีทิศทางดอกเบี้ยสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะสหรัฐ ยุโรป ซึ่งกำลังมีปัญหาระดับหนี้สาธารณะ กลับกลายเป็นจุดดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทยมากขึ้น

โดยนายบัณฑิต นิจถาวร อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. ผู้เชี่ยวชาญนโยบายการเงิน ระบุว่า แรงกดดันสำคัญของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมาจากการขยายตัวของการใช้จ่ายในประเทศ ที่ถูกกระตุ้นโดยการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศที่รวดเร็ว โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียและไทย

เพราะขณะนี้การลงทุนในสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ดูดีกว่าสหรัฐ ทั้งในแง่ผลตอบแทน และในแง่อัตราแลกเปลี่ยนที่น่าแข็งค่าขึ้นตามเงินทุนไหลเข้า และถ้าเงินทุนไหลเข้ามาก สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจก็จะมีมาก กดดันให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งปล่อยสินเชื่อ ทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชน แรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และแรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจจะมากขึ้นในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ ปัจจุบันส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยกับสหรัฐห่างกันถึง 3% ดึงดูดให้เงินเข้ามา และการที่เงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทยต่อเนื่องส่งผลให้ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างคึกคัก ดัชนีบวกต่อเนื่อง โดยดัชนีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ระดับ 1,121.04 จุด เพิ่มขึ้นถึง 16.89 จุด มีมูลค่าการซื้อขายมากถึง 39,988.36 ล้านบาท ซึ่งในสัปดาห์นี้นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 4,670.68 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ภาวะเงินทุนที่ไหลเข้าไทยก็ส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และแข็งค่าขึ้นจนหลุดกรอบสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 29.78 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ระดับ 30.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

แต่ถึงเงินทุนจากต่างชาติจะยังไหลเข้าไทยต่อเนื่อง แต่ ธปท.ก็ยังส่งสัญญาณว่าไม่กังวลกับปัญหาดังกล่าว เพราะเชื่อมั่นในเครื่องมือที่เตรียมไว้จะสามารถรับมือกับเงินทุนเคลื่อนย้ายได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกมาตรการดูแลเพิ่มเติม และผลของการทยอยปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาต่อเนื่อง จนล่าสุดดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.25% ทำให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่าดอกเบี้ยเริ่มเข้าใกล้จุดสมดุลแล้ว เพราะดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงเริ่มติดลบน้อยลง ปัจจุบันดอกเบี้ยแท้จริงติดลบอยู่ประมาณ 0.7%

ทั้งนี้ ไม่ว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร แต่ผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งจะทยอยประกาศผลการดำเนินงานออกมาเรื่อยๆ ในช่วงนี้ ส่วนธนาคารกสิกรไทยประกาศออกมาแล้วมีกำไรครึ่งปีสูงถึง 1.34 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.23% แบ่งเป็นกำไรในไตรมาส 2 ปีนี้ 7,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,204 ล้านบาท ส่วนธนาคารเกียรตินาคิน และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 1,302 ล้านบาท

ด้านแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ในเรื่องการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท เริ่มมีการตั้งเงื่อนไขว่าต้องครอบครองรถยนต์อย่างน้อย 5 ปี ถึงทยอยคืนภาษีให้เป็นรายปี เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำชื่อผู้อื่นมาสวมสิทธิ และพ่อค้าจะนำรถไปขายต่อในราคาที่มีส่วนลด ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกักตุนสินค้า และทำลายตลาดการค้ารถยนต์ได้

ขณะที่วงการกองทุนรวมฮือฮาและตื่นตัวกับกฎระเบียบในการควบคุมการทำงานของผู้จัดการกองทุน หลังจากมีการตรวจสอบผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เนื่องจากสงสัยว่าใช้ข้อมูลการซื้อขายของกองทุนไปหาผลประโยชน์ส่วนตัว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท