
Nim’s ยกระดับผ้าขาวม้าไทย..หลากดีไซน์
หลายคนคุ้นเคยกับประโยชน์ใช้สอยของ “ผ้าขาวม้า” ที่อยู่ข้างกายชายไทยตั้งแต่ยุคโบราณมาแล้ว
หลายคนคุ้นเคยกับประโยชน์ใช้สอยของ “ผ้าขาวม้า” ที่อยู่ข้างกายชายไทยตั้งแต่ยุคโบราณมาแล้ว
โดย...ชนิกา สุขสมจิตร
หลายคนคุ้นเคยกับประโยชน์ใช้สอยของ “ผ้าขาวม้า” ที่อยู่ข้างกายชายไทยตั้งแต่ยุคโบราณมาแล้ว ว่ากันว่า เป็นผ้าอเนกประสงค์สารพัดประโยชน์ ใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แต่ในยุคนี้โอกาสที่จะเห็นคนรุ่นใหม่นิยมหยิบจับมาใช้กันน้อยลง แม้การใช้ผ้าขาวม้าจะบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นไทยก็ตาม
แต่ถ้ามีการนำผ้าขาวม้ามาปรับโฉมตกแต่งให้เป็นงานที่มีไอเดีย กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม อย่าง ร้าน Nim’s เชื่อว่าจะช่วยปลุกกระแสให้คนไทยหันมาสนใจผ้าขาวม้าขึ้นบ้าง
ฉัตรี ชุติสุนทรากุล เจ้าของผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าแบรนด์ Nim’s กล่าวถึงความชอบส่วนตัวที่มีต่อผ้าขาวม้า ตรงที่เป็นลายตารางสี่เหลี่ยมหมากรุก มีให้เลือกหลากหลายสีสันต่างกันตามแต่ละจังหวัดที่จะมีการผลิตออกมาใช้ในพื้นที่ ทำให้เกิดความคิดว่า ทำไมไม่นำเสน่ห์ของผ้าขาวม้าที่เป็นของคนไทยดั้งเดิมมาปรับแต่งให้ดูดี แปลงให้เป็นสินค้าในรูปแบบอื่นแทนที่จะใช้งานในลักษณะของผ้าผืนอย่างเดียว
เมื่อมีโอกาสได้ไปเข้าคอร์สอบรมผู้ประกอบการของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) ซึ่งจัดให้ผู้เข้าอบรมส่งผลงานเข้าประกวด จึงนำกระเป๋าผ้าขาวม้าทรงย่ามที่คิดออกแบบเองทั้งหมดส่งเข้าประกวด ปรากฏว่าผ่านเข้ารอบ 50 คน นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจจะทำธุรกิจสินค้าที่ทำจากผ้าขาวม้า
แม้ว่าฉัตรีไม่ได้ร่ำเรียนด้านออกแบบดีไซน์มาโดยตรง แต่ก็สามารถนำเอาความรู้ด้านการตลาดที่เรียน รวมทั้งการได้รับคำปรึกษาที่ดีจากทีซีดีซีมาปรับใช้และพัฒนาการออกแบบสินค้าในแบรนด์ Nim’s ซึ่งมาจากชื่อเล่นของว่า “นิ่ม” นั่นเอง
ปัจจุบันสินค้าของ Nim’s มีหลากหลาย ในกลุ่มของใช้ส่วนตัว ตั้งแต่กระเป๋าขนาดเล็กใส่เครื่องสำอาง กระเป๋าย่ามใบใหญ่ กางเกงเล หรืออุปกรณ์เสริม เช่น สมุดบันทึก พาสปอร์ตบุ๊ก ล่าสุดได้ออกแบบสินค้าไฮเทคอย่าง กระเป๋าโน้ตบุ๊ก ซอฟต์เคส ไอแพดเคส มีราคาตั้งแต่ 65 บาท จนถึง 1,200 บาท
การออกดีไซน์สินค้าแต่ละแบบนอกจากใช้ผ้าขาวม้าที่เลือกจากหลายจังหวัด เช่น ชัยภูมิ เป็นหลักแล้ว ยังนำผ้าแคนวาสมาผสมด้วยทุกชิ้น หรือสอดแทรกลูกไม้ โดยจะเลือกผ้าที่มีสีสันสดใสและสีเอิร์ทโทน สามารถใช้ได้ทั้งหญิงและชาย ในขณะที่งานตัดเย็บยังใช้ทีมคนงานที่บ้านเป็นหลัก เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของความประณีต แต่ในอนาคตหากธุรกิจมีการขยายตัว เริ่มมีออร์เดอร์สินค้าเพิ่มขึ้นอาจต้องมาหาแหล่งตัดเย็บอื่นๆ เพิ่ม โดยมองในรูปแบบของกลุ่มชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพในด้านการตัดเย็บ
ฉัตรี กล่าวว่า จะพยายามพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ๆ ออกมาทุกเดือน เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ช่องทางการจำหน่ายนั้นจะมีเฉพาะที่ศูนย์ทีซีดีซี ดิ เอ็มโพเรียม เท่านั้น ยังไม่ตัดสินใจเปิดเป็นหน้าร้านของตัวเองที่อื่นๆ เพราะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ขณะเดียวกันจะอาศัยการออกงานแสดงสินค้า เพื่อเป็นการเปิดตัวสินค้าของเราให้ลูกค้าได้รู้จัก ตลอดจนมีโอกาสได้เจอพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีๆ ด้วย
การออกงานที่ผ่านมาได้ประโยชน์มาก ทั้งในเรื่องของแนวโน้มความต้องการของโลกว่าไปในทิศทางไหน มีโอกาสได้เห็นสินค้าของคนอื่น เหล่านี้สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาสินค้าของเราได้ ถ้าพูดถึงคู่ค้าทางธุรกิจก็เริ่มมีผู้ค้าต่างชาติสนใจเข้ามาเรื่อยๆ เช่น ญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบสินค้าประเภทผ้าอยู่แล้ว จะพยายามใช้โอกาสจากการออกงานแต่ละครั้งต่อยอดทางธุรกิจ
ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมความพร้อมในการผลิตสินค้าด้วยให้เพียงพอกับความต้องการ ตอนนี้ยังไม่สามารถรับออร์เดอร์จำนวนมากๆ ได้ทันที คงต้องค่อยๆ ใช้เวลา
ในส่วนกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าที่เดินเข้ามาที่ร้านในศูนย์ทีซีดีซี ส่วนใหญ่ยังเป็นชาวต่างชาติที่ชอบในเรื่องของงานดีไซน์ แต่คนไทยก็ยังพอมีบ้าง โดยจะพยายามใช้จุดขายในเรื่องของการออกแบบมาทำตลาดให้มากขึ้น ล่าสุดที่เป็นชุดสินค้าไฮเทคก็ได้รับการตอบรับดี เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับราคาที่ตั้งไว้ก็ไม่แพงจนเกินไป แต่ได้งานที่มีไอเดีย
อย่างไรก็ดี หากมองในเรื่องการแข่งขัน ไม่อยากไปเปรียบเทียบกับใคร แต่พยายามสร้างจุดขายของตัวสินค้ามากกว่า เพราะผ้าขาวม้าสามารถพัฒนาดีไซน์ได้หลายแบบ ขอให้ตรงกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาในการสร้างความแข็งแรงให้กับตัวสินค้า
สนใจสินค้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0859098668







