
อย่าคาดหวังอะไรมาก
คืนวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย)
คืนวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย)
โดย..เจียรนัย อุตะมะ
มีการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเพื่อหามาตรการในการช่วยเหลือกรีซรอบ 2 ทั้งนี้คาดว่า ยังไม่น่าได้ข้อสรุปอะไรชัดเจนออกมามากนัก เพราะแนวทางที่จะให้ความช่วยเหลือมีหลากหลาย และแต่ละแนวทางมีผลดีและผลเสียแตกต่างกันไป ซึ่งนายกรัฐมนตรี “อังเกลา แมร์เกิล” ของเยอรมนี ได้ออกมาเตือนว่า มาตรการที่จะช่วยเหลือกรีซไม่สามารถที่จะบรรลุได้ในวันเดียว และว่า ความหวังที่ว่ามาตรการเพียงมาตรการเดียวจะสามารถแก้ไขวิกฤตหนี้กรีซได้นั้นเป็นความหวังที่ไม่มีทางเป็นจริงได้
มาตรการให้ความช่วยเหลือแตกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งประกอบไปด้วย 17 ประเทศอาจจะร่วมกันออกพันธบัตรอียู ตรงนี้ก็จะช่วยให้ประเทศที่มีปัญหาด้านเครดิตสามารถระดมทุนได้ในต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำลง แต่ภาระจะไปตกกับประเทศผู้นำในกลุ่มที่ต้องแบกต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หรืออีกทางหนึ่งก็คือ การให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งตรงนี้ก็อาจแตกเป็น
ทางเลือกแรก คือการเข้าซื้อคืนพันธบัตรกรีซ
ทางเลือกที่สอง การเพิ่มความน่าเชื่อถือภาครัฐบาล ทางเลือกใช้แนวทางเดียวกับที่ “นิโกลาส์ ซาร์โกซี” ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสได้ตกลงกับธนาคารในฝรั่งเศสเรื่องการต่ออายุหนี้กรีซ (Rollover) ซึ่งจะไม่ส่งผลให้มีการเพิ่มความน่าเชื่อถือของภาครัฐบาล
แต่ทั้งสองทางเลือกนี้จะนำไปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรกรีซลงสู่ “ผิดนัดชำระหนี้บางส่วน”
ทางเลือกที่สามเกี่ยวข้องกับภาษีที่เรียกเก็บจากภาคการเงิน หรือการทำข้อตกลงกับธนาคารเอกชนเพื่อให้ธนาคารรักษาระดับการปล่อยกู้ต่อไป โดยเฉพาะธนาคารกรีซที่ถือครองพันธบัตรกรีซจำนวนมาก แต่มาตรการเก็บภาษีนี้มีข้อเสียตรงที่ธนาคารที่ไม่ได้ถือครองพันธบัตรกรีซจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการนี้ด้วย
ล่าสุด นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีและประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ได้บรรลุข้อตกลงในการให้ความช่วยเหลือกรีซจากการประชุมกันที่กรุงเบอร์ลินเป็นเวลานาน 7 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการประชุมกับผู้นำอื่นๆ ในกลุ่มในช่วงค่ำวันที่ 21 ก.ค. (ตามเวลาไทย)
ทั้งนี้ไม่ว่าผลการประชุมจะออกมาเช่นไร ทั่วทั้งโลกคาดหวังว่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ติดอยู่กับประเทศสหรัฐและสหภาพยุโรปที่ย่ำแย่อยู่ขณะนี้ แต่ประมาณการของซิตี้กรุ๊ปกลับทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่อยากคาดหวังอะไรมากนัก เพราะต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ซับซ้อนนี้
ทั้งนี้ แม้ว่าซิตี้กรุ๊ป ยังคงประมาณการว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้าจะเติบโตในอัตราที่แข็งแกร่งที่ 34% แต่มีแนวโน้มว่าจะปรับประมาณการลงมากกว่าปรับประมาณการขึ้นและจะลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจทั้งปีนี้และปีหน้าของประเทศผู้นำเศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและอังกฤษ
“เราคาดว่าจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการลดหนี้จำนวนมากสำหรับประเทศกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส บางทีเฟสนี้จะมหาศาลกว่าหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสเปนและแนวโน้มงบประมาณดูเหมือนจะน่าผิดหวัง มุมมองต่อสหรัฐคาดว่าเพดานการตกลงมาพร้อมกับงบการนำเสนองบประมาณที่ไม่จริงจังต่อความคาดหวังการเติบโตในระยะอันใกล้”
ซิตี้กรุ๊ปคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับนี้ตั้งแต่ครึ่งปีหลังจนถึงปีหน้าเพราะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงมีความเสี่ยง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงดอกเบี้ยสูงที่ 1.75% จนถึงเดือน ต.ค.ปีนี้ และคาดว่าจะเป็น 2% สิ้นไตรมาส 3 ปี 2555 เทียบ 2.25% ก่อนหน้านั้น และสหราชอาณาจักร (อังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์) สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ ฮังการี และสาธารณรัฐเช็ก จะคงเลื่อนนโยบายที่เข้มงวดออกไป
นโยบายของสหภาพยุโรปจำเป็นที่จะต้องมีข้อตกลง 3 เรื่องในสัปดาห์นี้เพื่อทำให้ตลาดหยุดปั่นป่วนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า







