
‘ศุภวุฒิ’ห่วงดอกเบี้ยพุ่งสูงลิ่ว
เตือนสติรัฐบาลก่อนขึ้นค่าจ้างเสนอวิธีใหม่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ
เตือนสติรัฐบาลก่อนขึ้นค่าจ้างเสนอวิธีใหม่แก้ปัญหาเงินเฟ้อ
“ศุภวุฒิ” ห่วงดอกเบี้ยขึ้นแรงเกินคาด เตือนรัฐบาลใหม่คิดให้รอบด้านก่อนใช้นโยบายขึ้นค่าจ้าง
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ทุนภัทร เปิดเผยในงานเสวนาเรื่อง “เศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง” ว่า รัฐบาลใหม่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างและขึ้นเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี เพราะกลไกตลาดบิดเบือน จะมีผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ส่วนใหญ่จ้างค่าจ้างขั้นต่ำและส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
“เชื่อว่าระยะแรกรัฐบาลจะใช้นโยบายสกัดเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย และทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า แต่หากดอกเบี้ยขยับถึงระดับ 4% แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ควรปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าแล้วลดการส่งออกเพิ่มการนำเข้าสินค้ามากขึ้น เพื่อให้มีช่องว่างใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้นสูง” นายศุภวุฒิ กล่าว
แนวโน้มเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ตอบได้ยาก ต้องรอดูโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีและนโยบายเศรษฐกิจก่อน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีความเสี่ยงเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อไทยมากขึ้นแม้มีความเป็นห่วงว่านโยบายที่ประกาศตอนหาเสียงอาจปฏิบัติได้ยากและเริ่มมีแรงต้านต่อนโยบายก็ตาม
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังเติบโตได้ดี และยังคงคาดการณ์เดิมที่ขยายตัว 4% ส่วนปีหน้ามองไว้ที่ 4-5% แต่จะโตดีกว่าที่คาดหรือไม่ต้องติดตามดูว่านโยบายทำได้จริงขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งหลังปีนี้อยากให้นักลงทุนติดตาม 2 ประเด็นหลัก คือ การเริ่มถอนการกระตุ้นเศรษฐกิจและการขึ้นดอกเบี้ยของทางการสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยในประเทศรัฐบาลต้องพิจารณาว่านโยบายไหนควรที่จะเร่งทำก่อน และควรคิดให้รอบคอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะอาจจะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสูงขึ้นเช่นกัน
นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า นโยบายหาเสียงของรัฐบาลชุดใหม่คาดมีผลที่ชัดเจนต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2555-2556 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ จากการที่บริษัทได้เข้าพบและสอบถามผู้ประกอบการรายหนึ่งพบว่าผู้ประกอบการไม่มีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำมากนัก เพราะสามารถนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน
ดังนั้น นโยบายที่หาเสียงเรื่องนี้อาจไม่ได้ประโยชน์กับภาคแรงงานอย่างที่คาดการณ์ไว้ จึงทำให้ภาพเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังไม่ชัดเจน







