
บตท.ออกพันธบัตร500ล้านซื้อหนี้อสังหาฯ
บตท.เตรียมออกพันธบัตร 500 ล้านบาท เตรียมลุยรับซื้อสินเชื่อบ้าน กำหนดดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว 30 ปี
บตท.เตรียมออกพันธบัตร 500 ล้านบาท เตรียมลุยรับซื้อสินเชื่อบ้าน กำหนดดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว 30 ปี
นางดวงพร อาภาศิลป์ กรรมการและผู้จัดการ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า บตท.เตรียมออกพันธบัตร 500 ล้านบาท โดยกำหนดอายุพันธบัตร 3 ปี
สำหรับอัตราดอกเบี้ยจะมีการกำหนดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อระดมทุนมาจัดซื้อกองสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเสนอขายให้กับนักลงทุนประเภทสถาบันเท่านั้น โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
ทั้งนี้ บตท.เคยออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนมาจัดซื้อกองสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเมื่อปี 2548 วงเงิน 1,500 ล้านบาท ระยะเวลา 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.49% ครบกำหนดเมื่อปี 2550 ซึ่งได้เว้นระยะเวลาการออกพันธบัตรมา 4 ปีแล้ว ดังนั้นตลาดคงให้การตอบรับเป็นอย่างดี
นางดวงพร กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสที่ บตท.จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาเลือกใช้บริการสินเชื่อบ้านคงที่ ที่บริษัทได้ให้กู้ระยะยาวนานสูงสุด 30 ปี ซึ่ง บตท.ร่วมมือกับธนาคารกสิกรและธนาคารเกียรตินาคิน ออกโปรโมชันสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 5.55% คงที่ 5 ปี ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีภาระเพิ่มในการผ่อนชำระต่องวดเพิ่มขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี อยู่ที่ 6.5% อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปี อยู่ที่ 7% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 7 ปี อยู่ที่ 7.25% และใน 12 สัปดาห์นี้ จะมีการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 0.25-0.5% เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด โดยกลุ่มลูกค้าเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้แล้ว
“แม้ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะมีมาตรการบ้านหลังแรกอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี หรือพรรคเพื่อไทยที่จะมาเป็นรัฐบาลใหม่ จะให้คนตที่ซื้อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นานถึง 5 ปีนั้น ทำให้บตท.ต้องปรับตัวหากลุ่มเป้าหมายใหม่เน้นกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่เข้าข่ายมาตรการของรัฐ พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันการเงินในการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยคงที่ระยะยาว” นางดวงพร กล่าว
นางชาลอต โทณวณิก ประธานกรรมการบริหาร บตท. กล่าวว่า การออกพันธบัตรจำนวนนี้ วัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนไปซื้อสินทรัพย์ที่ดีจากสถาบันการเงินนำมาทำการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือซิเคียวริไทเซชัน เพื่อที่จะสร้างตลาดรองของพันธบัตรประเภทนี้







