
ดีแทคส่งซิกคืนกำไร
งบแกร่งเงินสดล้นจ่ายครึ่งปีหลังมองวิธีปันผล-ซื้อหุ้นคืน-ลดทุน
งบแกร่งเงินสดล้นจ่ายครึ่งปีหลังมองวิธีปันผล-ซื้อหุ้นคืน-ลดทุน
ดีแทคหาวิธีคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น ศึกษา 3 แนวทาง คาดใช้ครึ่งหลังปีนี้ หลังแรงกดดันเรื่องนอมินีต่างด้าวลด
น.ส.วัณนา พรสินศิริรักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินและบัญชี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยว่า งบการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่งมากกว่าอุตสาหกรรมสื่อสารทั้งในและนอกประเทศ ในขณะที่มีแผนการใช้เงินลงทุนไม่มากนัก จึงตั้งใจจะปรับงบดุลไปสู่จุดที่เหมาะสม โดยใช้เงินจากกระแสเงินสดและทุนของบริษัทที่สามารถทำได้หลายวิธี คาดจะนำมาใช้ในครึ่งหลังของปีนี้
“เป็นไปได้ว่าจะใช้หลายวิธีการรวมกัน หรือเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งทั้งการลดทุน เปิดโครงการซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผลพิเศษ”
น.ส.วัณนา กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้บริษัทชำระหนี้ไปแล้ว 700 ล้านบาท และมีแผนจะชำระคืนหนี้หุ้นกู้เงินบาท 3,000 ล้านบาท วันที่ 24 ส.ค. 2554
ทั้งนี้ หากชำระคืนหนี้ก้อน 3,000 ล้านบาท DTACจะหลุดเงื่อนไขของเจ้าหนี้ที่ห้ามจ่ายปันผลสูงกว่า 70% ของกำไรสุทธิ
สำหรับฐานะการเงินของดีแทค ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2554 มีเงินสดสุทธิ 2.18 หมื่นล้านบาท และเพิ่มเป้ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานของปีนี้จาก 1.8 หมื่นล้านบาท เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท
ขณะนี้ DTAC ได้ปรับปรุงเครือข่ายระยะแรกสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ได้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าบริการ 3จี เปิดตัวในเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ DTAC ใช้กลยุทธ์เชิงรุกการให้บริการและปรับโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายหลัง บริษัทมีความชัดเจนว่าจะไม่ถูกส่งฟ้องดำเนินคดี กรณีเข้าข่ายบริษัทต่าวด้าวทำให้บริษัทผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าDTAC จะจ่ายปันผลได้ 2.18 บาท เดือน ก.ย. 2554 จากทั้งปีนี้ที่คาดว่าจะจ่าย 7.1 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล 11.5% จึงแนะนำให้ถือเพื่อรับเงินปันผล
ด้านราคาหุ้น DTAC ทะยานขึ้นแรงปิดที่ระดับ 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 2.83% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 1,133 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแรงเชียร์ซื้อของนักวิเคราะห์ เนื่องจากราคาถูกและพื้นฐานแกร่ง เมื่อเทียบกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่ปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้
สำหรับภาพการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมนั้น นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่าหากมีการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% ในต้นปีหน้าจริง จะทำให้ดัชนีหุ้นตอบรับทันที 50-60 จุด และมีโอกาสขึ้นถึง 100 จุด เทียบจากเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ 1,180 จุด หลังกำไรสุทธิของ บจ.เพิ่มขึ้นอีก 10%
ปัจจุบันมี บจ.30 แห่ง เริ่มเป็นที่สนใจของกองทุนระดับโลกประเภทไทยแลนด์คันทรี ฟันด์ เอเชีย ฟันด์ หรืออีเมอจิงมาร์เก็ต ฟันด์ และส่วนใหญ่กองทุนประเภทนี้จะมีลักษณะการลงทุนที่ถือหุ้นยาว 35 ปี
นายไพบูลย์ แนะนำหุ้นน่าลงทุน ได้แก่ หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคภายในประเทศและการฟื้นตัวจากการท่องเที่ยว ขณะที่ปี 2555 แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์







