posttoday
ขอหมื่นล้านอุ้มเอสเอ็มอี

ขอหมื่นล้านอุ้มเอสเอ็มอี

21 กรกฎาคม 2554

สสว.ของบรัฐบาลใหม่หมื่นล้านอุ้มเอสเอ็มอีหวั่นขึ้นค่าแรง300กระทบต้นทุน

สสว.ของบรัฐบาลใหม่หมื่นล้านอุ้มเอสเอ็มอีหวั่นขึ้นค่าแรง300กระทบต้นทุน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)  เปิดเผยภายหลังรายงานสถานการณ์เอสเอ็มอีเรื่อง“มุมมองและข้อคิดเอสเอ็มอีถึงรัฐบาลใหม่ว่า  สสว.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่จัดสรรงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตามแผนที่ได้กำหนดไว้  รวมทั้งการรองรับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลในเรื่องการปรับขึ้นค่าแรง 300  บาท   ซึ่งประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีในสัดส่วน 15% ของจำนวนเอสเอ็มอีที่มีอยู่ 2.9 ล้านราย

นอกจากนี้ในภาพรวมจะทำให้อัตราการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีลดลง 0.5 % จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้จะขยายตัวในระดับ 4.2% ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงควรจะทยอยการดำเนินการ และต้องมีมาตรการลดผลกระทบควบคู่กันด้วย

สำหรับโครงการและกิจกรรมของสสว.ที่เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่1. โครงการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน  โดยจะทบทวนกองทุนร่วมลงทุนของ สสว. เพื่อเสนอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้ หรือในกรณีได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง ก็สามารถเข้ามาใช้เงินกองทุนนี้ฯเพื่อบรรเทาผลกระทบ ซึ่งเบื้องต้นกำหนดวงเงินไว้ 300 ล้านบาท 2.โครงการกองทุนตั้งตัว เพื่อเป็นการสร้างผู้ประกอบการใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนิสิต นักศึกษา รวมถึงอาจารย์ ที่ต้องการกู้เงินเพื่อใช้ในการเริ่มต้นประกอบสัมมาชีพ จะขออนุมัติงบเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท

3. โครงการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนรวม 16 จังหวัด โดยการลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ4.โครงการ OTOP Plus เพื่อเป็นการพัฒนาสินค้าในกลุ่ม OTOP รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่า นอกจากนี้จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาแหล่งจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ 1 จังหวัด 1 ย่านการค้า และ 5. โครงการ AEC Ready เป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการเผยแพร่ความรู่ที่เกี่ยวกับ AEC ให้เอสเอ็มอีได้รับทราบ

อย่างไรก็ตามแนวโน้มธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงครึ่งปีหลังยังมีการปรับตัวที่ดี จากปัจจัยทางการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนตลาดส่งออกมีการเติบโตที่ดี   ในขณะที่ช่วง 5 เดือนแรก(ม.ค.-พ.ค.) สถานการณ์เอสเอ็มอียังคงมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง  จากการส่งออกเอสเอ็มอีมีมูลค่า 8.45 แสนล้านบาท ขยายตัว 17.33%  เป็นผลจากการส่งออกในสินค้ากลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับในตลาดยุโรปที่มีการขยายตัวดี

ทางด้านการจัดตั้งกิจการใหม่ มีจำนวน2.6 หมื่นราย โดยธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจบริการนันทนาการ (กิจการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ธุรกิจจัดหานายแบบ-นางแบบ ฯลฯ)  การก่อสร้างทั่วไป และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  ในขณะที่กิจการที่ยกเลิก มีจำนวน 3,743 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่มีการยกเลิกสูงสุด ได้แก่ การก่อสร้างทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการธุรกิจด้านอื่นๆ

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองผู้อำนวยการ วิเคราะห์ความเสี่ยงมหภาคและวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวถึงการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานประเภทที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะโดยบางอุตสาหกรรมอาจ สูญเสียผลตอบแทนถึง 40-50%  เช่น การก่อสร้าง การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในขณะที่ภาคการผลิตที่ต้องใช้ฝีมือแรงงานเข้มข้น พบว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกๆ 100 บาท จะทำให้ค่าแรงอื่นๆในระบบเพิ่มขึ้นอีก เฉลี่ย 30 บาท จึงทำให้ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการปรับขึ้นค่าแรงในหมวดอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน