
เอสเอ็มอีคึกคักแห่ขอใช้บีโอไอยอดพุ่ง800%
อานิสงส์บีโอไอปรับสิทธิประโยชน์เอื้อรายย่อย ดันครึ่งปีแรกเอสเอ็มอีไทยขอรับส่งเสริมการลงทุน 6,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 เท่าตัว
อานิสงส์บีโอไอปรับสิทธิประโยชน์เอื้อรายย่อย ดันครึ่งปีแรกเอสเอ็มอีไทยขอรับส่งเสริมการลงทุน 6,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 เท่าตัว
นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ม.ค.–มิ.ย. 2554 การลงทุนของเอสเอ็มอีไทยมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 132 โครงการ เงินลงทุน 6,594 ล้านบาท ขยายตัว 800% หรือ 8 เท่าตัว เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีแค่ 737 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากบีโอไอออกปรับปรุงมาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ครอบคลุมทุกประเภทกิจการมากขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงใกล้หมดเวลายื่นขอใช้สิทธิประโยชน์ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเข้ามาขอใช้สิทธิประโยชน์เพิ่ม
สรุปตั้งแต่บีโอไอปรับเกณฑ์ใหม่และเปิดรับเอสเอ็มอีเข้าขอรับการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2553 ถึงกลางปี 2554 ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มอีเข้ามาใช้สิทธิแล้ว 279 โครงการ เงินลงทุนรวม 9,186 ล้านบาท
ประเภทกิจการ อาทิ ผลิตภัณฑ์พลาสติก หรือเคลือบด้วยพลาสติก 38 โครงการ เงินลงทุน 1,122 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะและชิ้นส่วนโลหะ 8 โครงการ 1,091 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ 8 โครงการ 896 ล้านบาท อื่นๆ และกิจการอื่นๆ เช่น การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กิจการขยายพันธุ์สัตว์หรือเลี้ยงปสุสัตว์ กิจการผลิตเครื่องนุ่งห่ม กิจการผลิตหรือถนอมอาหารจากข้าวหรือธัญพืช และกิจการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วน เป็นต้น
ด้าน น.ส.รัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 บีโอไอ ขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่นและภาคอีสานตอนบนเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสและศักยภาพรองรับการลงทุนกลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตร สาธารณูปโภค เช่น การคมนาคม โดยจังหวัดยังตั้งอยู่บนเส้นทางของแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก ช่วยลดต้นทุนการกระจายและขนส่งสินค้าได้ ที่ผ่านมาบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมเอสเอ็มอีใน จ.ขอนแก่น 5 โครงการ เงินลงทุน 80 ล้านบาท







