
กสทฯปั้น‘มาย’ปะทะ3จีเอไอเอส
กสทฯ ส่ง “มาย” ผนึกกำลังทรูมูฟเอชสู้ศึก 3จี ปะทะเอไอเอส
กสทฯ ส่ง “มาย” ผนึกกำลังทรูมูฟเอชสู้ศึก 3จี ปะทะเอไอเอส
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคม นาคม เปิดเผยว่า ได้ใช้แบรนด์ “มาย” (MY) เพื่อให้บริการ 3จี เอชเอสพีเอ หลังจากลงนามในสัญญาให้บริการร่วมกับกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จะให้บริการภายใต้แบรนด์เอชเอสพีเอ
การให้บริการดังกล่าวจะเป็นการให้บริการต่อจากแคท ซีดีเอ็มเอเดิม ที่มีอยู่กว่า 4,000 สถานี และจะติดตั้งเพิ่มเป็น 5,000 สถานีในสิ้นปีนี้ โดยกลุ่มทรูฯ รับหน้าที่เปลี่ยนระบบจากซีดีเอ็มเอเป็นเอชเอสพีเอ สามารถรองรับความเร็วได้ 21 เมกะบิตต่อวินาที และพัฒนาสูงสุดได้ 42 เมกะบิต่อวินาที
“แบรนด์มายต้องการสื่อสารว่าคนไทยเป็นเจ้าของบริการ 3จี ร่วมกัน ภายใต้คอนเซปต์ Making it happen for all ซึ่งจะเปิดตัว 28 ส.ค.นี้” นายจิรายุทธ กล่าว
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นวางงบการตลาดไว้ 50 ล้านบาท ตั้งเป้าลูกค้าปีนี้ 1 แสนราย จากปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการในแบรนด์ฮัทช์ 7 แสนรายและแบรนด์แคท ซีดีเอ็มเอ 4 แสนราย ซึ่งลูกค้าจากทั้งฮัทช์และแคท ซีดีเอ็มเอ สามารถโอนมาแบรนด์มายได้
ทั้งนี้ บริการมายของ กสทฯจะแตกต่างจากทรูมูฟเอชซึ่งเป็นผู้ให้บริการเอชเอชพีเอ ในเรื่องโปรโมชั่น และบริการหลังการขาย
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไตรมาส 3 นี้จะเข้าสู่ยุคของการแข่งขันเรื่อง 3จี เต็มตัว และการแข่งขันจะพลิกเข้าสู่เรื่องของดาตาและไฮสปีด สองคล้องกับความต้องการของผู้ใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญเรื่องการบริโภคข้อมูลและการเชื่อมต่อโซเชียลมีเดีย ผ่านโทรศัพท์มือถือ และให้ความสำคัญกับความเร็วของเครือข่ายมากกว่าที่จะสนใจเรื่องโปรโมชั่นราคาถูกเหมือนที่ผ่านมา
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสเริ่มเปิดให้บริการ 3จี แล้วหลายพื้นที่ รวม 1,884 สถานี ใช้งบ 2,500 ล้านบาท โดย 3จี จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ หรือโมบาย อินเทอร์เน็ต ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามการเติบโตของโทรศัพท์สมาร์ตโฟน
ทั้งนี้ คาดว่าการใช้งานโมบาย อินเทอร์เน็ต ในปีนี้จะเติบโตขึ้น 15% มีรายได้กลุ่มบริการนันวอยซ์ 20% ของรายได้รวม 9 หมื่นล้านบาท







