
ปรัชญาของมด
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ทำให้หลายๆ องค์กรต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ ทำให้หลายๆ องค์กรต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน
โดย..สาธิต บวรสันติสุทธิ์
การทำงานทุกอย่างจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิผล (Effectiveness) ของงานมากขึ้น
ประสิทธิผล หมายถึง การทำงานที่มุ่งเน้นไปที่ผลสำเร็จ ภายใต้การใช้ทรัพยากรที่กำหนดให้โดยคำนึงถึงเป้าหมาย
ขณะเดียวกัน เนื่องจากทรัพยากรที่มีจำกัด ทุกองค์กรจึงเน้นที่จะให้การทำงานต่างๆ มีประสิทธิภาพ (Efficiency) ที่มากขึ้น
ประสิทธิภาพ หมายถึง ความสามารถที่ทำให้เกิดผลในการงาน เป็นการใช้ทรัพยากรโดยคำนึงถึงความคุ้มค่า
ประสิทธิภาพจึงมักแสดงออกในรูปของผลผลิตต่อหน่วย เช่น ยอดขายหรือรายได้ต่อพนักงาน
เราจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีความแตกต่างกัน การทำงานที่มีประสิทธิภาพแต่หาไม่สำเร็จ ก็ถือว่าไม่มีประสิทธิผล
ตัวอย่างเช่น นาย ก. เป็นพนักงานขายที่ทำงานแต่เช้ามืด ขยัน ไม่ยอมหยุดพัก เลิกงานก็ดึก อย่างนี้เรียกว่ามีประสิทธิภาพ ส่วนขายได้มากน้อยไม่รู้ ในขณะที่นาย ข. พนักงานขายอีกคนหนึ่ง แม้จะขยันน้อยกว่า แต่กลับขายได้มากกว่า เพราะมีการวิเคราะห์ความต้องการลูกค้า และเสนอสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อย่างนี้เรียกว่ามีประสิทธิผล
แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็มักจะมีประสิทธิผลด้วยเสมอ
อะไรดีกว่ากัน ระหว่างวิธีการของประสิทธิภาพกับจุดมุ่งหมายของประสิทธิผล ตอบว่า ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเรื่องนั้นๆ ว่าจะคำนึงถึงอะไรเป็นด้านหลัก ในเรื่องทั่วไป ควรทำให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือ ใช้ทรัพยากรให้สิ้นเปลืองน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็บรรลุผลสำเร็จด้วย
โดยทั่วไป คนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิผล มักจะมีประสิทธิภาพด้วย และจะทำเช่นนี้ได้ต้องรู้จักสรุปบทเรียน ต้องรู้จักการวางแผน ต้องกล้าตัดสินใจและกล้าลงมือทำ เดี๋ยวนี้สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การขยันอย่างโง่ๆ เราต้องขยันที่จะฉลาดคิด ฉลาดทำด้วย จึงจะเกิดประสิทธิผลที่เป็นจริงได้
แล้วจะทำงานอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล วันก่อนได้อ่านพบในเว็บ www.catholic.or.th พูดถึงปรัชญาของมดที่น่าจะเป็นข้อคิดในการทำงานได้เป็นอย่างดี จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อในที่นี้ ดังนี้
ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายาม
หากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใดแล้วเกิดอุปสรรค = ถูกปิดกั้นหนทาง มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่น มันจะได้ขึ้นไต่ลงไต่ไปรอบๆ มันจะมองหาหนทางอื่นเสมอ
ข้อคิด
จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ่งที่หมายมาด
ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน
มันไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันตฤดูจะคงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา
ข้อคิด
จงตะหนักถึงความเป็นจริง และเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต
ปรัชญาที่ 3 มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว
ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันต์ มันจะเตือนตัวเองว่า “ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะเช่นนี้” เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอุ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีกครั้ง มันจะเข้าไปในโพรงอีกครั้ง และออกมารับความอบอุ่นในวันอากาศดีโดยทันใด
ข้อคิด
จงมองทุกสิ่งในเชิงบวกตลอดเวลา
ปรัชญาที่ 4 ทุ่มเททุกสิ่งเท่าที่สามารถ
มดสามารถเก็บเกี่ยวเสบียงตลอดฤดูร้อนเพื่อเตรียมพร้อมฤดูหนาวให้มากเท่าที่มันจะทำได้
ข้อคิด
จงพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเต็มกำลัง
ปรัชญาที่ 5 ทำงานเป็นทีม
ข้อคิด
สามัคคีคือพลัง สร้างสรรค์ความสำเร็จ
สรุป
1) อย่ายอมแพ้
2) มองไปข้างหน้า
3) มองโลกในแง่ดี
4) ทำเต็มความสามารถ
5) ทำเป็นทีม
ขอให้ประสบความสำเร็จครับ







