posttoday
หุ้นยังแกว่งขึ้นแต่จะชะลอตัวบ้าง

หุ้นยังแกว่งขึ้นแต่จะชะลอตัวบ้าง

21 กรกฎาคม 2554

หุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น โดยความกังวลต่อปัจจัยภายนอกต่างๆ เริ่มคลายกังวลได้ในระดับหนึ่ง

หุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น โดยความกังวลต่อปัจจัยภายนอกต่างๆ เริ่มคลายกังวลได้ในระดับหนึ่ง

โดย..พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐที่ทางวุฒิสมาชิก เริ่มมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกับประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นสัญญาณของความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาการเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งหากในที่สุดสภาอนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้จะส่งผลให้สหรัฐหลุดรอดจากการผิดนัดชำระหนี้และเป็นบวกกับตลาดหุ้นทั่วโลก

ทางด้านฝั่งยุโรป ยังคงความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้บางส่วนของกรีซ ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในการประชุมฉุกเฉินวันที่ 21 ก.ค.นี้ โดยรวมเริ่มคลายกังวลลง และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา กว่า 7,000 ล้านบาท

ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าในระยะสั้นยังเป็นการแกว่งตัวขึ้นต่อ แต่การปรับตัวขึ้นก่อนเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 1,114 จุด ในระยะสั้นมีโอกาสที่ตลาดจะชะลอการแกว่งตัวขึ้นได้บ้างหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง โดยทางเทคนิคมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่บริเวณ 1,112 และ 1,121 จุด เราประเมินว่าปัจจัยลบที่คอยกดดันตลาดอยู่ในที่สุดจะสามารถผ่านไปได้ เรื่องแรก การเพิ่มเพดานหนี้ให้ทันก่อนวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งทาง KGI ประเมินว่าในที่สุด แล้วสภาจะสามารถเพิ่มเพดานหนี้จากระดับ 14.29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 16.69 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ได้เพื่อไม่ให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้

ในขณะที่ประเด็นเรื่องยุโรปจะเกิดมีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ของ EU มีการเสนอ 3 แนวทางดังนี้ 1.ให้ทางกองทุนรักษาเสถียรภาพเข้าซื้อคืนพันธบัตรกรีซ คือ เป็นเจ้าหนี้เสียเอง แต่หากดำเนินตามแนวทางนี้ อาจจะถูกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดให้พันธบัตรของกรีซเป็นการผิดนัดชำระหนี้บางส่วน หรือผิดนัดชำระหนี้ 2.การต่ออายุหนี้กรีซ (Rollover) ในแนวทางนี้ก็จะมีความเสี่ยงพันธบัตรกรีซถูกลดอันดับเครดิตลงสู่ระดับผิดนัดชำระหนี้บางส่วน 3.เป็นทางเลือกเกี่ยวกับภาษีที่เรียกเก็บจากภาคการเงิน หรืออาจทำข้อตกลงกับธนาคารเอกชนเพื่อให้คงระดับการปล่อยกู้ โดยเฉพาะธนาคารกรีซที่ถือครองพันธบัตรกรีซจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นแนวทางเดียวที่ไม่ทำให้เกิดการผิดนัดหนี้

ในการประเมินเบื้องต้นของทั้งสามแนวทาง พบว่าทางเลือกที่ 3 จะไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิต ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อตลาดได้มากที่สุด แต่ต้องมีการตกลงกับภาคธนาคารให้ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความกังวลต่อภาระหนี้ที่อาจจะแพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ผ่านทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการเงินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่จากความเห็นของเจ้าหน้าที่ EU ที่ไม่ต้องการให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้และเป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ

เราประเมินว่าในที่สุดแล้วทั้งสองปัญหาใหญ่จะมีข้อสรุป และไม่เป็นปัจจัยที่กดดันตลาดอีกต่อไป ซึ่งประเมินว่าการปรับตัวขึ้นในรอบนี้จะต้องอาศัยแรงซื้อจากหุ้นในกลุ่มพลังงานซึ่งปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด หลังจากที่ได้รับแรงกดดันต่อเรื่องการยกเลิกกองทุนน้ำมัน ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารราคาได้มีการตอบรับผลประกอบการที่ดีไปในระดับหนึ่งแล้ว หลังจากที่ KBANK ประกาศผลประกอบการออกมาดีเป็นประวัติการณ์เป็นรายแรก ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มธนาคารหนาแน่น และเป็นปัจจัยให้ตลาดปรับตัวขึ้นในวันอังคารที่ผ่านมา

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอทยอยขายหุ้นกลุ่มธนาคารช่วงปรับตัวขึ้น และเข้าซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยอย่างกลุ่มพลังงาน เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเล่นรอบ จากปัจจัยภายนอกที่ประเมินไว้ข้างต้น ว่าน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ในขณะที่ปัจจัยภายในหากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เรียบร้อย เชื่อว่าจะเริ่มมีแรงขายหลังจากที่มีการเก็งกำไรเรื่องผลการเลือกตั้ง นโยบายใหม่ รวมไปถึงเสถียรภาพของรัฐบาลที่ตลาดรับรู้ไปในราคาระดับหนึ่งแล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน