posttoday
อุตฯไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ผวาค่าแรง-ดอกเบี้ยพุ่ง-วิกฤตยุโรปสหรัฐ

อุตฯไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ผวาค่าแรง-ดอกเบี้ยพุ่ง-วิกฤตยุโรปสหรัฐ

21 กรกฎาคม 2554

นโยบายหาเสียง ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับทุกวงการที่ไม่ว่าเวทีไหน

นโยบายหาเสียง ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับทุกวงการที่ไม่ว่าเวทีไหน

เวลานี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาร่วมแบ่งปันความคิดเห็น โดยเฉพาะเวทีภาคอุตสาหกรรมที่มีแรงงานอยู่ในระบบจำนวนมหาศาล เช่นเดียวกับประชุมซีอีโอ ฟอรัมครั้งที่ 3/2554 ของกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย ที่เรื่องขึ้นค่าจ้างกลายเป็นประเด็นที่ถูกให้น้ำหนักมากที่สุด

สมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสนใจมากที่สุด คงเป็นเรื่องร้อนอย่างนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท ที่ภาคเอกชนคงต้องการความชัดเจน โดยแม้ว่าจะมีการประมาณการดัชนีการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในไตรมาส 3 ว่าจะเติบโตมากถึง 10.5%

หากลงลึกดัชนีการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าในไตรมาสนี้ คาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงถึง 19.43% เนื่องจากเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นมียอดจำหน่ายที่ดีขึ้น ส่วนดัชนีการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.2% แต่ปัจจัยเรื่องค่าแรงงานที่ยังไร้ความชัดเจน กลับเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้อนาคตของภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไม่สดใสเท่าที่ควรนัก

อุตฯไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ผวาค่าแรง-ดอกเบี้ยพุ่ง-วิกฤตยุโรปสหรัฐ

สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ (ECEA) กล่าวว่า การปรับฐานค่าจ้างขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน แต่การประกาศขึ้นจาก 215 บาท เป็น 300 บาท ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ถือว่ารวดเร็วเกินไปและจะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกับกลุ่มเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ จากการหารือกับสมาชิกสมาคมจำนวน 47 บริษัท ที่มีพนักงานรวมกว่า 2 แสนคน เสนอว่าการปรับขึ้นรอบเดียว 85 บาทค่อนข้างจะมีปัญหา จึงอยากเสนอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาคำว่ารายได้ 300 บาทที่กล่าวถึง ว่าไม่ได้เป็นเพียงรายได้จากค่าจ้างอย่างเดียว แต่ให้รวมรายได้อื่นๆ เช่น ค่ากะ ค่าความรู้พิเศษ ค่าอาหาร ค่ารถ เป็นต้นไปด้วย

หากมีการรวมรายได้อื่นๆ จะทำให้หลายบริษัทให้รายได้พนักงานใกล้เคียงกับ 300 บาท ซึ่งสมาชิก 20% มีความพร้อมที่จะดำเนินตามนโยบายดังกล่าว แต่อีกกว่า 60% ยังไม่พร้อมและขอเวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี

วันเพ็ญ เลิศอภิรักษ์ ตัวแทนสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ (ECEA) กล่าวว่า หากเป็นไปได้อยากให้ภาครัฐยืดระยะเวลาออกไปอีกอย่างน้อย 3 ปี เพราะไม่ว่าจะขึ้นเฉพาะกรุงเทพฯ ก็กระทบ จากการที่แรงงานต่างจังหวัดจะแห่เข้ากรุงเทพฯ

ขณะที่ กมล ตรีวิบูลย์ รองเลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้หลายบริษัททั้งไทยและต่างชาติ เริ่มประเมินแล้วจะยังลงทุนสร้างฐานการผลิตในไทยอีกหรือไม่ เมื่อต้นทุนค่าแรงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ในส่วนของต่างชาติอาจเลือกไม่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ส่วนนักลงทุนไทย อาจจะหยุดการขยายโรงงานแห่งใหม่ รวมถึง หากเอสเอ็มอี ที่เป็นบริษัทรับจ้างผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ที่ต้องปรับต้นทุนเพิ่มตามค่าแรง อาจทำให้บริษัทผู้ว่าจ้าง เลือกจะเลิกจ้างบริษัทเหล่านี้ และหันไปนำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศที่มีต้นทุนถูกกว่า

อธิคม ทองน้ำตะโก ที่ปรึกษาคณะกรรมการฝ่ายแรงงาน กรรมการในคณะกรรมการกฎหมาย และกรรมการในคณะกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อยากเสนอให้ภาครัฐนำกฎหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานที่จะมีผลประกาศใช้ในวันที่ 27 ก.ค. อยู่แล้ว มาเป็นแนวทางในการปรับฐานรายได้ขั้นต่ำให้กับแรงงาน

กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดรายได้ขั้นต่ำของแต่ละวิชาชีพไว้ตามระดับความสามารถ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอัตราค่าแรงสูงกว่า 300 บาทอยู่แล้ว และในบางวิชาชีพมีรายได้ขั้นต่ำมากถึง 500 บาทต่อวัน มีเพียงไม่กี่วิชาชีพที่รายได้ต่ำกว่า 300 บาท ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม

การปรับขึ้นค่าแรงงานจะเป็นสิ่งที่เอกชนยอมรับได้เมื่อขึ้นอย่างมีเหตุผล หากรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำสูงเกินไป อาจทำให้เอกชนต้องปรับตัว หันใช้เครื่องจักร เพื่อลดการใช้แรงงาน ซึ่งถึงเวลานั้น แรงงานไทยอาจต้องตกงานเพิ่มขึ้น และรัฐจะรับมืออย่างไร

สมบัติ เปรมประภา รองประธานฝ่ายกฎหมาย บริษัท เอ็นเอ็มบีมินีแบไทย กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ประเด็นเรื่องค่าแรงปรับตัวสูงขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่รัฐบาลควรหันมาทำมากขึ้น คือเรื่องพัฒนาแรงงานเข้าสู่ระบบเพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน

การที่รัฐบาลพยายามสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย แต่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมกลับขาดแคลน และหายาก เป็นสิ่งที่สวนทางกัน ซึ่งเรื่องการขยายการนำเข้าแรงงานต่างด้าว อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐสามารถทำได้

แม้ว่าเวทีการประชุมซีอีโอ ฟอรั่มของภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะถูกเทน้ำหนักไปที่เรื่องการขึ้นค่าแรง แต่ยังมีปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นที่ผู้ประกอบการมองว่าขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลักอย่างจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา ล้วนยังมีความชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ของวงการ

ไม่เพียงเวทีการประชุมซีอีโอภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะถกกันหนักเรื่องค่าจ้าง 300 บาท ประเด็นดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าที่คาดกับวิกฤตในยุโรปหรือสหรัฐ ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท