
เบรกขึ้นข้าวถุง 2-3เดือน
ชี้ราคาข้าวเปลือกไม่ขยับมากถกค้าปลีกจี้ลดค่าธรรมเนียม
ชี้ราคาข้าวเปลือกไม่ขยับมากถกค้าปลีกจี้ลดค่าธรรมเนียม
พาณิชย์เบรกขึ้นราคาข้าวถุง หลังข้าวเปลือกไม่ขยับขึ้นมาก จับตาจำนำข้าวทำต้นทุนพุ่ง เล็งถกค้าปลีกลดค่าธรรมเนียม
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมจะไม่อนุมัติให้ผู้ประกอบการข้าวสารบรรจุถุงปรับขึ้นราคาในช่วง 2-3 เดือนนี้ เพราะหลังจากหารือกับสมาคมโรงสีข้าวไทยและสมาคมชาวนาไทยแล้ว พบว่าราคาข้าวเปลือกไม่ได้ปรับขึ้นมากจนกระทบทำให้ต้องปรับขึ้นราคาข้าวถุง
ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกเฉลี่ยที่ 9,000-9,800 บาท/ตัน เมื่อคำนวณเป็นข้าวสารจะตกที่ 15 บาท/กก. ขณะที่ราคาข้าวสารบรรจุถุง (ขนาด 5 กก.) ที่จำหน่ายในปัจจุบัน ข้าวขาวส่วนใหญ่จำหน่าย 120-130 บาท/ถุง ข้าวหอมมะลิ 180-250 บาท/ถุง ส่วนใหญ่จำหน่ายไม่เกิน 200 บาท/ถุง ถือว่าเป็นราคาที่ผู้ประกอบการอยู่ได้
กรณีที่ผู้ประกอบการข้าวถุงร้องเรียนว่าหาซื้อข้าวเปลือกได้ยากนั้น ทางโรงสีได้ยืนยันกับกรมว่ามีข้าวจำหน่ายให้ตามปกติ แต่ยอมรับว่าอาจตึงตัวบ้าง เพราะเป็นช่วงปลายฤดูกาล อีกทั้งปริมาณส่งออกข้าวช่วง 6 เดือนปีนี้ มีการส่งออกมากเป็นประวัติการณ์ หรือสูงถึง 7 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ข้าวนาปรังรอบ 2 จะออกสู่ตลาด และทำให้มีข้าวในตลาดเพิ่มมากขึ้น จากนั้นจะเข้าสู่ฤดูข้าวนาปีที่จะออกมา ซึ่งจะไม่มีปัญหาในเรื่องวัตถุดิบในการผลิตข้าวถุงอีกแน่นอน เพราะผลผลิตข้าวของไทยมีมากเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศและส่งออก
ขณะเดียวกัน ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องต้นทุนข้าวอาจเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลนำมาตรการรับจำนำข้าวมาใช้ โดยรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 1.5 หมื่นบาท/ตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิ 2 หมื่นบาท/ตันซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำมาใช้เมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะเริ่มในฤดูกาลผลิตข้าวนาปีตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้ อาจจะทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกระทบมากจนต้องปรับขึ้นราคาข้าวถุง เพราะต้องดูราคาตลาด ณ ขณะนั้นๆ ว่าเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
นอกจากนี้ กรมยังได้เตรียมหาทางออกเรื่องดังกล่าว โดยจะหารือร่วมกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) เพื่อให้ลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการข้าวถุง เพื่อไม่ให้ข้าวถุงต้องปรับขึ้นราคา
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ขณะนี้ราคาข้าวสารที่ผู้ผลิตข้าวถุงซื้อไปบรรจุถุงอยู่ที่ กก.ละ15 บาท หากมีการรับจำนำก็จะทำให้ข้าวสารปรับราคาขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 25 บาท ส่วนข้าวหอมมะลิอยู่ที่ กก.ละ 30 บาท หากจำนำเมื่อไรราคาจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ กก.ละ 34 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก และเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตข้าวถุงจะต้องปรับขึ้นราคาตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
ด้านนายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า กรมควรให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาข้าวถุงหอมมะลิอีก 10-15 บาท/ถุง เพราะปริมาณสต๊อกมีเหลือน้อยมาก หรือเหลือใช้เพียง 1 เดือน ทำให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่วนข้าวขาวไม่มีปัญหาเพราะยังมีสต๊อกอยู่







