posttoday
อุตฯเซรามิกเล็งยื่นศาลถอนคำสั่งขึ้นแอลพีจี

อุตฯเซรามิกเล็งยื่นศาลถอนคำสั่งขึ้นแอลพีจี

19 กรกฎาคม 2554

เซรามิกลำปางเตรียมยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม และให้มีการคุ้มครองชั่วคราว

เซรามิกลำปางเตรียมยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม และให้มีการคุ้มครองชั่วคราว

นายอธิภูมิ กำธรวรินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางจะไปยื่นเรื่องต่อสาลปกครอง เขตภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 ก.ค. 2554 เวลา 13.00 น. เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)  รวมถึงต้องการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะในภาคอื่นๆ เช่น ภาคปิโตรเคมียังสามารถใช้แอลพีจีได้ในราคาเดิม

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประปกอบการเห็นว่าควรมีการกำหนดโครงสร้างราคาแอลพีจีให้สะท้อนกับความเป็นจริงมากที่สุด เพราะปัจจุบันไทยสามารผลิตแอลพีจีใช้เองได้ 50% และนำเข้ามาอีก 50% แต่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมกลับต้องใช้ในราคาเท่ากับตลาดโลก รวมทั้งการออกประกาศการครอบครองแอลพีจีของกระทรวงพลังงานที่นำมาบังคับใช้มีบทลงโทษที่รุนแรงมาก ซึ่งในช่วง 3-5 เดือนที่ผ่านมาทางกระทรวงพลังงานได้ถามความเห็นของภาคเอกชนถึงผลกระทบทั้งหมด และมาตรการที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็นำข้อมูลดังกล่าวไปออกประกาศเพื่อกันไม่ให้เอกชนดำเนินการต่อไปได้

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีม็อบหรือไม่ ซึ่งน่าจะมีผู้ที่เข้าร่วมด้วยประมาณ 2,000 คน จากผู้ประกอบการ 100 ราย แต่ขอให้ผ่านขั้นตอนของศาลไปก่อน โดยที่ผ่านมาสมาคมฯได้นำเสนอความเห็นผ่านไปทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ไม่มีการสอบสนองเลย”นายอธิภูมิ กล่าว

นายอำนาจ ยะโสธร เลขาธิการกลุ่มเซรามิก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มเซรามิกจะหารือกันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแลแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละราย เนื่องจากการผลิตเซรามิกใช้เชื้อเพลิงได้เพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ ก๊าซธรรมชาติ และแอลพีจี ซึ่งแอลพีจีก็มีการปรับขึ้นราคา ส่วนก๊าซธรรมชาติไม่มีแนวท่อก๊าซมายังโรงงาน จึงต้องฟังความเห็นว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะปรับตัวอย่างไร

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ออกประกาศเรื่อง การกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับแอลพีจีที่จำหน่ายให้โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เป็นผู้จำหน่ายแอลพีจีให้โรงงานอุตสาหกรรม ต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มในไตรมาสนี้ 2.80 บาทต่อกิโลกรัม ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้ราคาขายปลีกแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบัน 18.13 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มเป็น 21.13 บาทต่อกิโลกรัมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ภาครัฐมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากราคาขายปลีกที่สะท้อนต้นทุนแอลพีจีที่แท้จริง ควรอยู่ที่ 30.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ปัจจุบันภาครัฐได้กำหนดให้ตรึงราคาขายปลีกแอลพีจีอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีกแอลพีจะต่ำกว่าราคาขายปลีกที่ควรจะเป็น 12.37 บาทต่อกิโลกรัม โดยการปรับขึ้นครั้งต่อไป ครั้งละ 3 บาท ในวันที่ 1 ต.ค 2554 วันที่ 1 ม.ค.2555 และ 1 เม.ย.2555 จะปรับขึ้นเป็น 30.13 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69