posttoday
ธนาลุยยกเครื่องแมคยีนส์ใหม่

ธนาลุยยกเครื่องแมคยีนส์ใหม่

19 กรกฎาคม 2554

"ธนา"ดันภาระกิจ123 วันยกเครื่องแมคยีนส์ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ สร้างแบรนด์ภาพลักษณ์ใหม่ หวัง2ปีขึ้นอันดับ1 

"ธนา"ดันภาระกิจ123 วันยกเครื่องแมคยีนส์ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ สร้างแบรนด์ภาพลักษณ์ใหม่ หวัง2ปีขึ้นอันดับ1 

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายแฟชัน “แม็คยีนส์” เปิดเผยว่าหลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารบริษัทอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยวางแผนปฎิบัติภาระกิจภายใน 123 นับจากนี้ ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.พัฒนาการของแบรนด์ (แบรนด์ อีเวลูชัน), 2.นวัตกรรมสินค้า (โปรดักส์ อินโนเวชัน), 3.ประสิทธิภาพการผลิต (โปรดักส์ เอฟฟิเชียนซี) และ4.การกระจายสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภค (เอฟฟอร์ทเลส ดิสตริบิวชัน)

สำหรับยุทธศาสตร์ ดังกล่าวถือเป็นการกำหนดทิศทางร่วมกัน จากทีมผู้บริหารบริษัทจำนวน 12 ราย ซึ่งเป็นการผสมผสานคนเก่าและคนใหม่ ที่เน้นผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ และความคิดสร้างสรรค์(ครีเอทีฟ) สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจในการผลักดันให้ “แม็คยีนส์” เป็นแบรนด์อันดับ 1 ภายในปี 2556 จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด 35% เป็นอันดับ 2  ในตลาดยีนส์ผ่านห้างสรรพสินค้าและยีนส์แบรนด์เนมมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมทั้งแผนธุรกิจระยะยาว แม็คยีนส์ คือ วางแผนขยายธุรกิจส่งออก รวมทั้งนำเข้าสินค้าแฟชั่นเข้าทำตลาดในประเทศไทยอีกด้วย

“สิ่งแรก ที่จะได้เห็นภายใต้ภาระกิจเร่งด่วน 123 วัน  คือ การสร้างแบรนด์ เนื่องจากแบรนด์ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการที่จะทำให้ตลาดเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง  บริษัทต้องการสร้างแบรนด์แม็คยีนส์ ให้เป็นแบรนด์ที่คนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ จะเริ่มจากการปรับโลโก้  ช็อป สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า” นายธนา กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์แม็คใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการต่อยอดจากของเดิมซึ่งดีอยู่แล้ว แต่จะทำให้ชัดเจนขึ้นในแต่ละกลุ่มสินค้า ซึ่งหากมีการตั้งต้นแบรนด์ได้ เชื่อว่าทุกอย่างจะตามมาเอง โดยภาระกิจแรกของแม็คยีนส์ จะมุ่งให้ความสำคัญเรื่องบุคคลากรภายในก่อน เพื่อป็นการเตรียมความพร้อมของทีมงาน เพื่อรองรับการเติบโตธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ แม็คยีนส์ จะวางตำแหน่งทางการตลาดเป็น “แมสพรีเมียม”  คือ ทำตลาดเจาะลูกค้าคนไทยทั้งประเทศ จากการที่ลูกค้ายอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น พร้อมใช้ไลน์สินค้าเจาะลูกค้าแต่ละกลุ่ม อาทิ แม็คยีนส์, แม็ค เลดี้ และ แม็ค จูเนียร์ และอยู่ระหว่างวางตำแหน่งและสร้างซับแบรนด์แม็ค สำหรับเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ

นายธนา กล่าวว่าการเข้าร่วมงาน กับแม็คยีนส์ในครั้งนี้ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก ด้วยแม็คยีนส์ มีจุดแข็งในเรื่องของการผลิต และฟิตติงของยีนส์ที่เหมาะกับคนไทย ทำให้ปัจจุบันสินค้าของแม็คยีนส์ ผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด ล่าสุดยังเตรียมลงทุนกว่า 200 ล้านบาทขยายโรงงานแห่งที่ 4 อีกด้วย

ส่วนแผนการตลาด แม็คยีนส์ จะร่วมกับพันธมิตรธุรกิจจัดแคมเปญการตลาดใหม่ๆ สร้างสีสันทางการตลาด แบบ “บอกต่อ” ผลักดันแบรนด์ขยายฐานลูกค้าเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นให้มากขึ้น โดยแผนงานทั้งหมด คาดว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นภายใน 1 ปี ทั้งการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างน้อย 5%  การสร้างรายได้ ที่จะต้องเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% ต่อปี และผลักดันธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในปีหน้า ส่วนปีนี้คาดว่าจะผลักดันยอดขายเติบโตได้ถึง 30-40% จากปีก่อนมีรายได้รวม 1,700 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ