posttoday
บี.ซี.เอฟ.แนะรัฐขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได

บี.ซี.เอฟ.แนะรัฐขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได

19 กรกฎาคม 2554

บี.ซี.เอฟ.แกรนด์วู้ด  ชี้ขาดแคลนยังเป็นปัญหาใหญ่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำกระทบต้นทุนผลิตพุ่ง แนะรัฐควรขึ้นเป็นขั้นบันได

บี.ซี.เอฟ.แกรนด์วู้ด  ชี้ขาดแคลนยังเป็นปัญหาใหญ่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำกระทบต้นทุนผลิตพุ่ง แนะรัฐควรขึ้นเป็นขั้นบันได

นายวิรัตน์  โรจยารุณ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี.ซี.เอฟ แกรนด์วู้ด ผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ครัวเรือนและสำนักงานแบรนด์ชัวร์ (Sure) เปิดเผยว่าปัจจุบันธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และธุรกิจสิ่งทอ นั้นใช้แรงงานจำนวนมาก และยังประสบปัญหากับภาวะการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากขณะนี้บริษัทฯมีแผนจะขยายโรงงานเพิ่มอีก 8,000 ตร.ม. ที่จ.สมุทรสาคร โดยจะใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า

“ขณะนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างขอหน่วยงานรัฐเพื่อใช้แรงงานต่างด้าวจำนวน 1,000 ราย เนื่องจากเริ่มมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน ยิ่งหากนโยบายภาครัฐมีการปรับขึ้นค่าแรงงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาท จะยิ่งเป็นปัญหาหนักเพราะจะส่งผลกระทบกับค่าจ้างแรงงานทั้งระบบ  ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นมาก และก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ  ซึ่งทางที่ดีภาครัฐควรจะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานเป็นสเต็ป เป็นการทะยอยปรับไม่ใช่เป็นการปรับขึ้นทีเดียว ปัจจุบันค่าจ้างแรงงานนั้นคิดเป็น 20% ของต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ” นายวิรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทฯมีแผนที่จะหันไปพึ่งเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนในการใช้แรงงานคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปรียบเทียบเรื่องต้นทุน หากมีการใช้เครื่องจักรมากขึ้นจะสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานได้มากแค่ไหน  

สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 470 ล้านบาท  แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 85%  ส่งออก15% ส่วนใหญ่ส่งไปประเทศญี่ปุ่น และในอาเซียน  ซึ่งเติบโตจากปีก่อน 15% ที่มียอดขายรวม 410 ล้านบาท   ขณะนี้บริษัทฯมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 260 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีตัวแทนจำหน่ายหลัก ที่ใช้พื้นที่โชว์รูมขนาดใหญ่ 400-1,000 ตร.ม. จำนวน 35 ราย  ซึ่งจนถึงสิ้นปีนี้บริษัทฯมีแผนจะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่อีก 12 ราย  แต่ละรายบริษัทฯให้การสนับสนุนด้านเงินทุนในการเปิดโชว์รูมตั้งแต่จำนวน  3 แสนบาทจนถึง 1 ล้านบาท

ปัจจุบันรูปแบบการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายคิดเป็นสัดส่วน 60% ,การขายผ่านร้านโมเดิร์นเทรด เช่น แมคโคร ออฟฟิศ ดีโป โฮมโปร โฮมเวิร์ค   20%  อีก 20% ขายผ่านไปยังหน่วยงานภาครัฐและโครงการจัดสรร  แต่คาดว่าภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้าบริษัทฯคาดว่าสัดส่วนการขายจะเปลี่ยน โดยจะเพิ่มส้ัดส่วนงานโครงการภาครัฐและเอกชนมากขึ้นเป็น 30% การขายผ่านร้านโมเดิร์นเทรดจะเหลือ 10%  ขณะที่การขายผ่านตัวแทนจำหน่ายนั้นยังคงสัดส่วนไว้ที่ 60% เท่าเดิม  

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน