posttoday
วรรณชี้หุ้นวิ่งแรงครึ่งปีหลัง

วรรณชี้หุ้นวิ่งแรงครึ่งปีหลัง

18 กรกฎาคม 2554

ยันเป้า1,200สหรัฐคลี่คลายขายอีทีเอฟหุ้นปันผลดี30ตัว

ยันเป้า1,200สหรัฐคลี่คลายขายอีทีเอฟหุ้นปันผลดี30ตัว

บลจ.วรรณ เปิดแผนครึ่งปีหลังส่ง 2 กองทุนเน้นหุ้นปันผลสูง 30 ตัวแรก วิ่งรับดัชนี 1,200 จุด อีกกองลงทุนผสม “หุ้นพันธบัตรตราสารการเงิน”

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังว่า บริษัทจะออกกองทุนรวม 2 กองทุน โดยในเดือน ก.ค. จะเปิดขายกองทุน ThaiDEX SET High Dividend ETF : 1DIV มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย)

กองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรับ (Passive) เน้นการลงทุนในหุ้นตามดัชนีอ้างอิงจาก SET High Dividend 30 Index โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน และมีการปรับเปลี่ยนการลงทุนตามดัชนีปีละ 2 ครั้งเพื่อคัดหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลดีเข้ามา

สำหรับเงินลงทุนขั้นต่ำในกองทุนกำหนดซื้อครั้งแรกจำนวน 2 หมื่นบาทและเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของ 1 หมื่นบาท

นอกจากนี้ บริษัทจะออกกองทุนเปิด สตราทิจิค แอสเซ็ท อโลเคชั่น ซึ่งเป็นกองทุนผสมระหว่างการลงทุนในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตลาดตราสารเงิน คาดว่าจะเสนอขายได้ในเดือน ส.ค.นี้

สำหรับความคืบหน้าในการปรับปรุงและวางระบบงานภายในเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2554 นี้ หลังจากบริษัทจะเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนได้ รวมถึงการสร้างผลการดำเนินงานของกองทุนให้ดีเป็นที่พอใจของนักลงทุน

“ถ้าเราทำทั้งสองอย่างได้จะทำให้ บลจ.วรรณ เป็นที่รู้จักของนักลงทุนมากขึ้น เมื่อนักลงทุนเห็นก็จะเข้ามาลงทุนกับเราเอง ดังนั้นเราจึงจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อสร้างความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ บลจ.วรรณ” นายมนรัฐ กล่าว

สำหรับแนวโน้มธุรกิจกองทุนรวมในครึ่งปีหลังคาดว่า การเติบโตจะมีสูงเหมือนปี 2553 เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกธนาคารพาณิชย์เร่งระดมเงินฝาก โดยการออกโครงการเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษหลายโครงการทั้งเงินฝากระยะสั้น และระยะยาว ส่งผลกระทบต่อกองทุนตราสารหนี้โดยตรงขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มที่ดีในครึ่งปีหลัง เนื่องจากมองว่าปัจจัยพื้นฐานตลาดยังดี ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐที่เกิดขึ้นน่าจะคลี่คลายได้ในครึ่งปีหลัง และหากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจริง ราคาหุ้นของสหรัฐจะปรับตัวขึ้น

“จากนี้ถึงสิ้นปียังไม่เห็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น แต่สิ่งที่เราควรจะจับตาเป็นพิเศษคือเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น หากมีการแก้ไขหรือจัดการได้ก็จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศ จึงยังมั่นใจว่าดัชนีหุ้นจะแตะ 1,200 จุด ได้ตามคาด” นายมนรัฐ กล่าว

สำหรับ พ.ร.บ.คุ้มครองเงินฝากที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.นี้ มองว่าไม่กระทบกลุ่มลูกค้าระดับสูง เนื่องจากลูกค้ารับรู้เรื่องนี้แล้ว จึงมีการโยกย้ายเม็ดเงินจากธนาคารพาณิชย์ไปยังช่องทางการลงทุนต่างๆ เช่น การลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล เป็นต้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อรักษาฐานลูกค้า

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี