posttoday
TUFส้มหล่นวิกฤตอียู

TUFส้มหล่นวิกฤตอียู

18 กรกฎาคม 2554

TUF ยันวิกฤตสหรัฐยุโรป ไม่กระทบยอดขาย หนำซ้ำรายได้ปีนี้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

TUF ยันวิกฤตสหรัฐยุโรป ไม่กระทบยอดขาย หนำซ้ำรายได้ปีนี้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า ผลการที่สหรัฐและยุโรปเกิดวิกฤตเศรษฐกิจไม่ฉุดยอดขายของบริษัท แต่ตรงกันข้ามกลับทำให้ความต้องการบริโภคอาหารกระป๋องเพิ่มขึ้นเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ปลาทูน่ากระป๋องและกุ้งแช่แข็งถือเป็นอาหารที่มีราคาถูกสุดในท้องตลาด แต่ธุรกิจที่รายได้ลดลง คือ ธุรกิจร้านอาหาร

นอกจากนั้น ตัวเลขการบริโภคของคนสหรัฐและยุโรปล่าสุดที่ประกาศออกมายังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 4% ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใดนับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตสึนามิ TUF เติบโตมาตลอด

“เราซื้อกิจการชิกเก้นออฟเดอะซี ช่วงวิกฤตในประเทศไทย ซื้อ MWB ช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ สินค้าเราเหมาะบริโภคช่วงวิกฤต เพราะคนจะหันมากินข้าวในบ้านและอาหารกระป๋อง เนื่องจากเป็นโปรตีนราคาถูกที่สุด”

นายธีรพงศ์ กล่าวว่า ภายหลังตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรกออกมาเชื่อว่าทั้งปียอดขายของบริษัทจะเติบโตเกิน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ตั้งเป้าไว้และอัตรากำไรได้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน คือ 40% เพราะราคาวัตถุดิบปีนี้สูงขึ้นถึงเกือบ 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ขายได้ราคาดีขึ้น

สำหรับเรื่องค่าเงินปีนี้ไม่เป็นปัจจัยลบ เพราะหากผ่านเงินบาทที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐมา 30 บาท ได้ก็มีศักยภาพแข่งขันได้ โดย 18 เดือนที่ผ่านมาค่าเงินมีเสถียรภาพมาก

ทั้งนี้ แบรนด์อาหารกระป๋อง TUF ครองอันดับ 1 ในยุโรปและอันดับ 3 ในสหรัฐ

ด้านราคาปลาทูน่านับว่าผ่านจุดสูงสุด 1,900 เหรียญสหรัฐไปแล้วเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สำหรับราคาเฉลี่ยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,650-1,700 เหรียญสหรัฐต่อตัน และทั้งปีคาดว่าจะมีค่าเฉลี่ย 1,600 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ขณะที่ราคากุ้งทรงตัวจากปีก่อนที่เพิ่มขึ้นถึง 30% จากปี 2552

ล่าสุด TUF เตรียมการจะออกหุ้นกู้มูลค่า 4,500 ล้านบาท รวมกรีนชูอีก 2,000 ล้านบาท ขายสถาบันในประเทศคาดว่าจะขายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อชำระหนี้ลดต้นทุนดอกเบี้ยจากปัจจุบันที่กู้เงินดอกเบี้ย 5% จะเหลือ 4.25% ต่อปี

นายธีรพงศ์ กล่าวว่า แผนของ TUF จนถึงปี 2556 ไม่มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อนำเงินที่ได้จากการดำเนินงานไปลดหนี้เงินกู้ปัจจุบันที่ 1.6 เท่าให้เหลือ 1 เท่า และกันเงินไว้จ่ายปันผลปีละ 1,200 ล้านบาท โดยจะใช้เงินลงทุนปรับปรุงโรงงานไม่เกิน 3,000 ล้านบาท และขยายตลาดยุโรปมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) ปีละ 9,000-1 หมื่นล้านบาท

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าคงเป็นไปตามเป้าหมายไม่มีความเสี่ยงมากระทบ เนื่องมาจากปัจจุบันบริษัทมีศักยภาพการแข่งขันเพิ่มขึ้นโดยมีบริษัทในสหรัฐ 3 บริษัท สำนักงานในยุโรป 5 ประเทศทำให้มีข้อมูลการตลาดเพิ่มขึ้น มีแบรนด์เสริมให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

ครึ่งแรกปีนี้บริษัทมีรายได้จากสินค้าแบรนด์เพิ่มเป็น 62% จากปี 2553 ที่ 50% เพราะการรวมกิจการ MWB เข้ามาส่วนที่เหลือเป็นรับจ้างผลิตและอื่นๆ นอกจากนั้นยังส่งออกไปทั้งตลาดสหรัฐ ยุโรป และอื่นๆ ในสัดส่วนที่สมดุลกันคือ 1 ใน 3 ของยอดขาย

ด้านหุ้น TUF ได้รับความสนใจมากในช่วง 1-2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดปิดที่ระดับ 53.25 บาท เพราะเก็งเรื่องกำไรไตรมาส 2-3 โตได้ดี

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต ยังแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มขึ้นแข็งแกร่ง กำลังจะทดสอบแนวต้าน 54.50 บาท มีเป้าหมายถัดไป 58 บาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท