posttoday
อัปเดตกฎหมายภาษี...การกำหนดองค์กรที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศสรรพากร

อัปเดตกฎหมายภาษี...การกำหนดองค์กรที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศสรรพากร

12 สิงหาคม 2569

การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณประโยชน์ สถานพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

แม้ว่าหลายคนจะเข้าใจว่าหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไรทุกแห่งได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ในความเป็นจริงการได้รับสิทธิยกเว้นดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และรายชื่อที่กระทรวงการคลังกำหนด และประกาศผ่านกรมสรรพากรอย่างเป็นทางการเท่านั้น

 

ปัจจุบันกรมสรรพากรยังคงทยอยเผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงรายชื่อองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ทั้งในส่วนของภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้ประกอบการ ผู้บริจาค รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

 

การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมีฐานกฎหมายอย่างไร

 

การกำหนดองค์กรที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอาศัยบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการคลังมีอำนาจออกประกาศกำหนดรายชื่อองค์กร สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

 

นอกจากนี้ ยังมีประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 531) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาองค์กรที่มีสิทธิได้รับการประกาศรับรอง โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์การดำเนินงาน ลักษณะการให้บริการ และการดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไรเป็นสำคัญ

 

องค์กรประเภทใดที่อาจได้รับการยกเว้น VAT

 

ประกาศกระทรวงการคลังครอบคลุมองค์กรหลายประเภท ได้แก่

 

•    องค์การสาธารณกุศล
•    มูลนิธิ
•    สมาคมที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
•    สถานพยาบาล
•    สถานศึกษา
•    องค์กรที่กระทรวงการคลังประกาศเพิ่มเติมเป็นรายกรณี

 

อย่างไรก็ตาม การเป็นมูลนิธิหรือสมาคมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องมีชื่ออยู่ในประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามกฎหมาย และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

การอัปเดตรายชื่อองค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้เสียภาษีควรทราบคือ รายชื่อองค์กรที่ได้รับสิทธิไม่ได้เป็นรายชื่อคงที่ แต่มีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอผ่านประกาศกระทรวงการคลัง ในช่วงปี 2568–2569 กรมสรรพากรได้เผยแพร่ประกาศหลายฉบับ เช่น

 

•    เพิ่มรายชื่อมูลนิธิใหม่
•    เปลี่ยนชื่อองค์กรตามการจดทะเบียน
•    แก้ไขรายละเอียดของสถานสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรอง

 

ตัวอย่างเช่น ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 857–861 ได้มีการเปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มรายชื่อมูลนิธิหลายแห่ง ขณะที่ในปี 2569 ยังมีประกาศฉบับที่ 863–866 ซึ่งปรับปรุงรายชื่อองค์กรเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง การติดตามประกาศล่าสุดจึงมีความสำคัญ เพราะอาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีของทั้งองค์กรและผู้บริจาค

 

สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้

 

นอกจากการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การประกาศรายชื่อองค์กรยังส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้อีกด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่องค์กรที่ได้รับการประกาศรับรอง

 

อาจสามารถนำเงินบริจาคไปใช้ลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และควรตรวจสอบรายชื่อองค์กรก่อนบริจาคทุกครั้ง

 

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอะไรบ้าง

 

หากธุรกิจมีการทำธุรกรรมกับมูลนิธิ สมาคม หรือสถานศึกษาต่างๆ ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้

 

1.    องค์กรนั้นมีรายชื่ออยู่ในประกาศกระทรวงการคลังหรือไม่
2.    ประกาศที่ใช้อ้างอิงเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่
3.    สิทธิที่ได้รับเป็นการยกเว้นภาษีประเภทใด
4.    เอกสารประกอบการใช้สิทธิครบถ้วนหรือไม่
5.    การออกใบกำกับภาษีหรือเอกสารภาษีเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรหรือไม่

 

การตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินธุรกรรมจะช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษี และป้องกันข้อโต้แย้งในกรณีที่มีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

 

ทำไมต้องติดตามประกาศของกรมสรรพากร

 

หลายคนอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงรายชื่อองค์กรเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในทางปฏิบัติ การเพิ่มหรือเปลี่ยนชื่อองค์กรมีผลต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรง หากใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย อาจทำให้เกิดการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง หรือส่งผลต่อการจัดทำบัญชีและการยื่นแบบภาษี

 

กรมสรรพากรจึงเผยแพร่ประกาศ "กฎหมายออกใหม่" อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้ โดยเฉพาะประกาศที่เกี่ยวกับการกำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีการปรับปรุงหลายครั้งในแต่ละปี

 

สรุป การกำหนดองค์กรที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามกฎหมาย และมีการปรับปรุงรายชื่ออย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มองค์กรใหม่ การเปลี่ยนชื่อ และการแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

 

สำหรับผู้ประกอบการ นักบัญชี รวมถึงผู้บริจาค ควรตรวจสอบรายชื่อองค์กรจากประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรทุกครั้งก่อนใช้สิทธิทางภาษี เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง และได้รับประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting

ข่าวล่าสุด

ราคาน้ำมันขาขึ้น  ตลาดโลกจับตาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านสะดุด

ราคาน้ำมันขาขึ้น ตลาดโลกจับตาข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่านสะดุด