
อัปเดตกฎหมายภาษี...การกำหนดองค์กรที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประกาศสรรพากร
การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณประโยชน์ สถานพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
แม้ว่าหลายคนจะเข้าใจว่าหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไรทุกแห่งได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ในความเป็นจริงการได้รับสิทธิยกเว้นดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และรายชื่อที่กระทรวงการคลังกำหนด และประกาศผ่านกรมสรรพากรอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ปัจจุบันกรมสรรพากรยังคงทยอยเผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงรายชื่อองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ทั้งในส่วนของภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผู้ประกอบการ ผู้บริจาค รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ
การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมีฐานกฎหมายอย่างไร
การกำหนดองค์กรที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอาศัยบทบัญญัติของประมวลรัษฎากรและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการคลังมีอำนาจออกประกาศกำหนดรายชื่อองค์กร สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
นอกจากนี้ ยังมีประกาศกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 531) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาองค์กรที่มีสิทธิได้รับการประกาศรับรอง โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์การดำเนินงาน ลักษณะการให้บริการ และการดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไรเป็นสำคัญ
องค์กรประเภทใดที่อาจได้รับการยกเว้น VAT
ประกาศกระทรวงการคลังครอบคลุมองค์กรหลายประเภท ได้แก่
• องค์การสาธารณกุศล
• มูลนิธิ
• สมาคมที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
• สถานพยาบาล
• สถานศึกษา
• องค์กรที่กระทรวงการคลังประกาศเพิ่มเติมเป็นรายกรณี
อย่างไรก็ตาม การเป็นมูลนิธิหรือสมาคมเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยอัตโนมัติ แต่จะต้องมีชื่ออยู่ในประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามกฎหมาย และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
การอัปเดตรายชื่อองค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้เสียภาษีควรทราบคือ รายชื่อองค์กรที่ได้รับสิทธิไม่ได้เป็นรายชื่อคงที่ แต่มีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอผ่านประกาศกระทรวงการคลัง ในช่วงปี 2568–2569 กรมสรรพากรได้เผยแพร่ประกาศหลายฉบับ เช่น
• เพิ่มรายชื่อมูลนิธิใหม่
• เปลี่ยนชื่อองค์กรตามการจดทะเบียน
• แก้ไขรายละเอียดของสถานสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรอง
ตัวอย่างเช่น ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 857–861 ได้มีการเปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มรายชื่อมูลนิธิหลายแห่ง ขณะที่ในปี 2569 ยังมีประกาศฉบับที่ 863–866 ซึ่งปรับปรุงรายชื่อองค์กรเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง การติดตามประกาศล่าสุดจึงมีความสำคัญ เพราะอาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีของทั้งองค์กรและผู้บริจาค
สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้
นอกจากการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การประกาศรายชื่อองค์กรยังส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้อีกด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่องค์กรที่ได้รับการประกาศรับรอง
อาจสามารถนำเงินบริจาคไปใช้ลดหย่อนหรือหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และควรตรวจสอบรายชื่อองค์กรก่อนบริจาคทุกครั้ง
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอะไรบ้าง
หากธุรกิจมีการทำธุรกรรมกับมูลนิธิ สมาคม หรือสถานศึกษาต่างๆ ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้
1. องค์กรนั้นมีรายชื่ออยู่ในประกาศกระทรวงการคลังหรือไม่
2. ประกาศที่ใช้อ้างอิงเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่
3. สิทธิที่ได้รับเป็นการยกเว้นภาษีประเภทใด
4. เอกสารประกอบการใช้สิทธิครบถ้วนหรือไม่
5. การออกใบกำกับภาษีหรือเอกสารภาษีเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรหรือไม่
การตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินธุรกรรมจะช่วยลดความเสี่ยงด้านภาษี และป้องกันข้อโต้แย้งในกรณีที่มีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
ทำไมต้องติดตามประกาศของกรมสรรพากร
หลายคนอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงรายชื่อองค์กรเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในทางปฏิบัติ การเพิ่มหรือเปลี่ยนชื่อองค์กรมีผลต่อการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรง หากใช้ข้อมูลที่ล้าสมัย อาจทำให้เกิดการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง หรือส่งผลต่อการจัดทำบัญชีและการยื่นแบบภาษี
กรมสรรพากรจึงเผยแพร่ประกาศ "กฎหมายออกใหม่" อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน นักบัญชี ผู้สอบบัญชี และผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้ โดยเฉพาะประกาศที่เกี่ยวกับการกำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีการปรับปรุงหลายครั้งในแต่ละปี
สรุป การกำหนดองค์กรที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลังที่ออกตามกฎหมาย และมีการปรับปรุงรายชื่ออย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มองค์กรใหม่ การเปลี่ยนชื่อ และการแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
สำหรับผู้ประกอบการ นักบัญชี รวมถึงผู้บริจาค ควรตรวจสอบรายชื่อองค์กรจากประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรทุกครั้งก่อนใช้สิทธิทางภาษี เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง และได้รับประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ Inflow Accounting







