posttoday
เพื่อไทยถูกลอยแพ เกมแก้รัฐธรรมนูญสะดุดกลางทาง

เพื่อไทยถูกลอยแพ เกมแก้รัฐธรรมนูญสะดุดกลางทาง

06 มิถุนายน 2569

เกมพลิกหงายไพ่เทเพื่อไทย หลังสีน้ำเงินจับมือกล้าธรรมถอนชื่อพ้นร่างแก้ไข รธน. อ้างสูตร สสร. ไฮบริด สุ่มเสี่ยงขัดศาลรัฐธรรมนูญ ปล่อยเพื่อไทยเคว้งเสียงไม่ถึงร้อย

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมถอนชื่อ ส.ส. ออกจากการรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ทำให้ร่างฯ ขาดเสียงสนับสนุนและต้องหยุดชะงัก
  • ความขัดแย้งเกิดจากประเด็นที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งภูมิใจไทยกังวลว่ารูปแบบของเพื่อไทยอาจเสี่ยงขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
  • การถอนชื่อถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อชิงความได้เปรียบ และอาจเปิดทางให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาเป็นร่างหลักแทน

สถานการณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ภาวะปั่นป่วนอีกครั้ง หลังพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมถอนชื่อ ส.ส. ออกจากการร่วมรับรองร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้ร่างที่เคยถูกวางให้เป็นแนวทางหลักของฝ่ายรัฐบาล ต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่ต้นทาง

การถอนตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาจำนวนเสียงในสภา แต่สะท้อนความขัดแย้งเชิงกฎหมายและการเมืองที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยเฉพาะประเด็นที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ว่าควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน หรือผ่านกลไกคัดเลือกทางอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เดิมที พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมี ส.ส. ร่วมรับรองไม่น้อยกว่า 100 คน

 

ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์

 

ขณะที่เสียงของเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวไม่เพียงพอ เมื่อพรรคภูมิใจไทยซึ่งมีเสียงราว 30 เสียง และพรรคกล้าธรรมราว 50 เสียง ถอนตัวพร้อมกัน ฐานรองรับร่างของเพื่อไทยจึงสั่นคลอนทันที

หัวใจของข้อถกเถียงอยู่ที่โมเดลการได้มาซึ่ง สสร. ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเสนอให้ประชาชนเข้าคูหาเลือกตัวแทนเบื้องต้น 300 คน ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 100 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยมองว่า ขั้นตอนสุดท้ายที่รัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน ทำให้กระบวนการนี้เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม ไม่ใช่การเลือกตั้ง สสร. โดยตรง

แต่พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะนายนิกร จำนง ในฐานะตัวแทนทีมกฎหมาย กลับเห็นต่าง โดยมองว่าแม้ปลายทางจะผ่านการคัดเลือกของรัฐสภา แต่ต้นทางของกระบวนการคือการที่ประชาชนเข้าคูหาเลือกบุคคลโดยตรง

ดังนั้น กระบวนการดังกล่าวอาจถูกตีความว่าเป็นการเลือกตั้งทางตรงอยู่ดี และอาจสุ่มเสี่ยงขัดต่อแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

นิกร จำนง

ข้อกังวลนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อพิจารณาในทางปฏิบัติ หากประชาชนเลือกตัวแทนในแต่ละจังหวัดแล้ว รัฐสภาเลือกผู้สมัครที่ได้คะแนนลำดับ 3 หรือ 4 แทนผู้ที่ได้คะแนนอันดับ 1 ย่อมถูกตั้งคำถามทันทีว่าเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่

แต่หากรัฐสภาจำเป็นต้องเลือกผู้ได้คะแนนสูงสุดโดยปริยาย กระบวนการนี้ก็ยิ่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้งทางตรงมากขึ้น

นี่คือจุดเปราะบางของร่างเพื่อไทย เพราะแม้จะออกแบบให้มี “ชั้นกรอง” ผ่านรัฐสภา แต่ผลจากการลงคะแนนของประชาชนอาจกลายเป็นพันธะทางการเมืองที่รัฐสภาไม่อาจมองข้ามได้ง่าย การอ้างว่าเป็นทางอ้อมจึงอาจถูกท้าทายทั้งในทางกฎหมายและทางการเมือง

สำหรับภูมิใจไทย การถอนชื่อจึงถูกอธิบายในมุม “กันความเสี่ยง” ให้กับ ส.ส. ผู้ร่วมลงชื่อ เพราะหากภายหลังมีผู้ร้อง และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ผู้ลงชื่อสนับสนุนอาจถูกดึงเข้าสู่ความรับผิดทางการเมืองหรือทางกฎหมายได้

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง การถอนชื่อครั้งนี้ย่อมถูกมองว่าเป็นเกมช่วงชิงความได้เปรียบ เพราะเมื่อร่างของเพื่อไทยสะดุด ร่างของภูมิใจไทยมีโอกาสขยับขึ้นมาเป็นร่างหลักแทน

โดยแนวทางของภูมิใจไทยชัดเจนกว่า คือไม่ให้มีการเลือกตั้ง สสร. โดยตรง แต่ใช้คณะกรรมการคัดสรรในแต่ละจังหวัด และตั้งกรรมาธิการขึ้นมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ความแตกต่างระหว่างสองพรรคจึงไม่ใช่เพียงเทคนิคทางกฎหมาย แต่คือคำถามใหญ่เรื่องอำนาจของประชาชนในกระบวนการเขียนกติกาประเทศฉบับใหม่

 

 อรรถกร ศิริลัทธยากร

 

เพื่อไทยพยายามรักษาความเชื่อมโยงกับประชาชนผ่านการเข้าคูหา ขณะที่ภูมิใจไทยเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยจากข้อจำกัดทางกฎหมายมากกว่า แม้อาจทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนลดลง

ผลสะเทือนยังลามไปถึงพรรคประชาชน ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับ สสร. ที่เชื่อมโยงกับการเลือกตั้งโดยตรงเช่นกัน หากแนวตีความของภูมิใจไทยมีน้ำหนักมากขึ้น ร่างของพรรคประชาชนก็อาจถูกตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน

ในภาพรวม เกมแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเข้าสู่ภาวะ “เดินหน้าก็เสี่ยง ถอยหลังก็เสียราคา” เพื่อไทยต้องเลือกระหว่างยืนยันโมเดลเดิมเพื่อรักษาหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน หรือปรับร่างให้ปลอดภัยทางกฎหมายมากขึ้น แต่ต้องแลกกับภาพลักษณ์การถอยทางการเมือง

ท้ายที่สุด การถอนชื่อของภูมิใจไทยและกล้าธรรมอาจถูกมองได้ทั้งสองมุม คือ “เพื่อนเตือนเพื่อน” เพื่อกันความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือ “เพื่อนชิงเกมเพื่อน” เพื่อกำหนดทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับดุลอำนาจของตนเองมากกว่าเดิม

ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบใด เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ติดขัดเพียงข้อกฎหมาย แต่ติดอยู่ในเกมความไว้วางใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และการแข่งขันเพื่อถือปากกาเขียนกติกาการเมืองรอบใหม่ของประเทศ.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท