สมรภูมิรถพรีเมียม แข่งดุชู"อีวี"

  • วันที่ 12 มี.ค. 2562 เวลา 13:32 น.

สมรภูมิรถพรีเมียม แข่งดุชู"อีวี"

ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในปี62 ทุกค่ายต่างงัดกลยุทธ์ทางการตลาดออกมาสู้กันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะการชูจุดเด่นที่รถพลังงานไฟฟ้า

**************************

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม นับเป็นเซ็กเมนต์ที่มีผู้เล่นน้อยราย แต่ถือว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงสูง โดยเฉพาะในปี 2562 นี้ ที่ประเดิมเปิดศักราชใหม่มาแต่ละค่ายก็เริ่มกางแผนธุรกิจของปีนี้ ซึ่งดูแล้วต่างงัดกลยุทธ์ทางการตลาดออกมาสู้กันได้อย่างน่าสนุกสนาน

โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมปี 2562 คาดจะอยู่ที่ราว 3.2 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 2.7 หมื่นคัน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ โดยปัจจัยหลักในการเติบโตยังคงมาจากความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้เล่นในตลาด ส่วนปัจจัยภายนอก อาทิ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกนั้น ไม่มีผลต่อตลาดดังกล่าวมากเท่าไรนัก

สำหรับผลประกอบการของบริษัทปี 2561 มียอดขาย 1.57 หมื่นคัน เติบโต 9% เทียบปีก่อน โดยปีนี้หวังรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ที่ 50% ของตลาด

ขณะที่บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 20 รุ่นในปีนี้ พร้อมมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้กับผู้บริโภคภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัค และอีคิว โดยกลุ่มรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด

พร้อมกันนี้ มีแผนสร้างระบบนิเวศรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การแนะนำรถยนต์ใหม่ การให้บริการหลังการขาย การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการเดินสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนด้านการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในปีนี้จะมีขยายเพิ่มขึ้น 4 แห่ง ส่งผลให้ปีนี้จะมีเครือข่ายผู้จำหน่ายจำนวน 36 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 80 แห่ง จากปัจจุบันที่มีจำนวน 200 แห่ง

ด้าน คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมปี 2562 มองว่าทิศทางตลาดและเป้าหมายบริษัทมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากปีก่อน จีดีพีประเทศและสถานการณ์ความเชื่อมั่นในประเทศยังมีแนวโน้มดี แต่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเพียง 1 หลัก (ดิจิ) เนื่องจากปีก่อนการเติบโตเหนือความคาดหมาย

นอกจากนี้ ยอดขายของบริษัทปี 2561 มีดังนี้ บีเอ็มดับเบิลยูอยู่ที่ 12,036 คัน เติบโตขึ้น 20% มินิอยู่ที่ 1,051 คัน เติบโตขึ้น 4% บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อยู่ที่ 2,154 คัน เติบโตขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนตลาดรถพรีเมียมอยู่ที่ 3.1 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

“กลยุทธ์ในการเปิดตัวด้วยการนำเข้าเพื่อจะสามารถเปิดตัวได้เร็วเทียบเท่ากับตลาดโลก รวมถึงในด้านรถยนต์ในกลุ่ม X-EV ตามแผนนโยบายของบีเอ็มฯ ที่ในปี 2568 จะมีรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้า 25 รุ่นทั่วโลก” วิดมานน์ กล่าว

หันมามองค่ายรถสัญชาติสวีเดน คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทวอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทมีแผนการขยายศูนย์บริการ (1S) ไปยังหัวเมืองในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้บริการซ่อมบำรุงและเช็กระยะแก่ลูกค้าในพื้นที่ โดยจะเริ่มที่ จ.ขอนแก่น เป็นแห่งแรก ภายใต้ชื่อ “วอลโว่ แอพพรูฟ เซอร์วิส เซ็นเตอร์”

“โมเดลธุรกิจดังกล่าวช่วยให้ดีลเลอร์ขยายการให้บริการและมีผลกำไรในด้านบริการหลังการขายเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งปีนี้คาดว่าบริษัทจะมียอดขายเติบโต 40% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1,300 คัน” นายเวลส์ กล่าว

นอกเหนือจากแผนธุรกิจทั้งในรูปแบบการตั้งเป้าหมายยอดขายและรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้าแล้ว สิ่งที่ผู้เล่นในตลาดรถยนต์พรีเมียมมองไปในทิศทางเดียวกันคือการใช้กลยุทธ์ในด้านออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง และการแข่งขันในด้านมอบสิทธิประโยชน์ในด้านบริการหลังการขายและการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่าสมรภูมิรถยนต์พรีเมียมปีนี้ น่าจะสนุกขึ้นไม่น้อยจากการแข่งขันของแต่ละแบรนด์ที่ชิงส่วนแบ่งตลาด

ข่าวอื่นๆ