ธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเนื้อหอม เยอรมันตั้งบริษัทที่ปรึกษาผลิตในไทย

  • วันที่ 09 ส.ค. 2561 เวลา 12:10 น.
  • | เปิดอ่าน 448
Share on Google+
LINE it!

ธุรกิจผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเนื้อหอม เยอรมันตั้งบริษัทที่ปรึกษาผลิตในไทย

เอฟอีวี มองโอกาสประเทศไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หนุนผู้ประกอบการพัฒนาเทคโนโลยี

นายสเตฟาน พิชชินเกอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอฟอีวี กรุ๊ป ที่ปรึกษาด้านวิศกรรมยานยนต์จากประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทสาขาในประเทศไทยภายใต้ชื่อ บริษัท เอฟอีวี (ไทยแลนด์) เพื่อขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนในอนาคตเพื่อลดมลพิษ โดยรัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2579 จะมีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าบนท้องถนนจำนวน 1.2 ล้านคัน

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนธุรกิจในการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาปรับปรุง เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังยานยนต์ ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่และฟิวเซลล์ เบื้องต้นได้มีการใช้เงินลงทุนมูลค่า 4 ล้านบาท ในการตั้งสำนักงานในประเทศไทย หลังจากนี้หากได้รับการตอบรับที่ดี อาจมีแนวโน้มในการตั้งศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

“ปัจจุบันศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าของเอฟอีวีมีอยู่ที่ประเทศจีนและฝรั่งเศส แม้ว่าจะยังไม่มีศูนย์ทดสอบในประเทศไทย แต่บริษัทมีความพร้อมในการใช้ศูนย์ทดสอบในประเทศต่างๆ ของบริษัทรองรับกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ การจัดหาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0” นายพิชชินเกอร์ กล่าว

สำหรับลูกค้าในประเทศไทยของบริษัทปัจจุบันมีจำนวน 3-4 ราย เป็นผู้ผลิตรถยนต์รวมถึงบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีในหลายด้านไปพร้อมๆ กัน

อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ผู้บริโภคคำนึงถึงราคาจำหน่ายเป็นหลัก โดยมองว่าปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน คาดการณ์ว่าในปี 2568 เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในจะมีราคาใกล้เคียงกันยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพของความครบวงจรของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจในการช่วยสนับสนุนและผลักดันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายพิชชินเกอร์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ คือ การเข้าถึงความต้องการและการให้การสนับสนุนลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งที่บริษัทมีอยู่ในระดับโลก รวมถึงความครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ด้านการผลิต และด้านการก่อตั้งโรงงาน สำหรับผู้ประกอบการทุกขนาดที่สนใจในอุตสาหกรรมนี้

Share on Google+
LINE it!