สัมผัส 7 สถานีออฟโรด สนามอีซูซุ 4x4 แลนด์

  • วันที่ 12 พ.ค. 2561 เวลา 07:09 น.

สัมผัส 7 สถานีออฟโรด สนามอีซูซุ 4x4 แลนด์

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ในโอกาสครบรอบ 60 ปี และก้าวสู่ ปีที่ 61 ในปี 2561 ของการดำเนินธุรกิจของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ในไทย นับเป็นโอกาสอันดีที่จะขยับขยาย "สนามรถขับเคลื่อนสี่ล้ออีซูซุ" (ISUZU 4x4 LAND) แห่งใหม่ ในฐานะผู้ที่เปิดตัวรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่ประกอบในประเทศไทยเป็นรายแรก

ย้อนกลับไปเมื่อ 26 ปีก่อน บริษัทได้เปิดตัว "สนามรถขับเคลื่อนสี่ล้อ อีซูซุ" ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น ครั้งแรก พร้อมการเปิดตัว "อีซูซุโรดีโอ โฟร์วีลไดรฟ์" ในปี 2535 เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการใช้รถออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งสนามดังกล่าวได้เป็นสถานที่ ฝึกอบรมการใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อสำหรับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งใช้ทดสอบสมรรถนะของรถ 4x4 สำหรับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อีซูซุ ลูกค้า และสื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมายังประเทศไทยอย่าง ต่อเนื่อง

 

สำหรับ "สนามรถขับเคลื่อนสี่ล้อ อีซูซุ" แห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ 30 ไร่ ใช้เงินลงทุนมูลค่า 150 ล้านบาท ในการก่อสร้างและพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทดแทนสนามแห่งเดิมที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ และประสบปัญหาด้านการจราจรติดขัด ขณะที่สนามแห่งใหม่นี้ใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาที จากสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ถนนวิภาวดีรังสิต

การออกแบบสนามแห่งใหม่นี้ แตกต่างจากสนามแห่งเดิมโดยสิ้นเชิงโดยตั้งใจให้เป็นสนามทดสอบออฟโรดที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งใหญ่ และดีที่สุดของประเทศไทย ด้วยคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งสไตล์ลอฟต์ โปร่งสบาย มีห้องอบรม และพื้นที่สันทนาการครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีทดสอบใหม่ทั้ง 7 สถานี ได้ออกแบบมาเพื่อสร้างความท้าทายใหม่ๆ โดยจำลองอุปสรรคทุก รูปแบบเพื่อให้นักขับที่มีใจรักการขับขี่แบบโฟร์วีลไดรฟ์ได้สัมผัสประสบการณ์เหมือนอยู่ในสถานการณ์ขับขี่จริงตามธรรมชาติ และตอบสนองการใช้งานของรถขับเคลื่อนสี่ล้อของบริษัท

 

"โพสต์ทูเดย์" มีโอกาสได้เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแห่งนี้ด้วยรถยนต์ อีซูซุ วี-ครอส 4x4 เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบ TERRAIN COMMAND ใช้ควบคุมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ

สถานีทดสอบทั้ง 7 สถานี ได้จำลองอุปสรรคตามธรรมชาติที่ครบถ้วน และท้าทายยิ่งขึ้น ไล่เรียงตามลำดับความยากง่ายของการขับ เพื่อให้เป็นสนามฝึกฝนวิธีการใช้รถขับเคลื่อน สี่ล้ออย่างถูกต้องและปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ขับได้สัมผัสถึงสมรรถนะการลุยแบบออฟโรดขนานแท้

 

เริ่มต้นที่ สถานีที่ 1 : V-Curve เอียงซ้าย เอียงขวา จำลองลูกระนาดสลับซ้าย-ขวา ทำให้ล้อรถสัมผัสพื้นแค่เพียง 3 ล้อ ซึ่งจะเห็นระยะยืดของล้อ หรือช่วงเขย่งได้ชัดเจน

สถานีที่ 2 : Rugged Route ทิ่มหน้า ทิ่มหลัง ตะลุยทางทรหด พิสูจน์ช่วงล่างชั้นยอดกับความขรุขระบนเส้นทางวิบาก เพื่อให้เห็นชัดถึงสมรรถนะช่วงล่าง

สถานีที่ 3 : High Hill พลังสูงสู้ฟ้า พิชิตทางสุดชันกับสถานีที่มีความสูงถึง 15 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 6 ชั้น และมีความชันถึง 40 องศา สามารถขับขี่ได้โดยไม่ต้องใช้คันเร่ง หรือ Walking Speed ในรุ่นเกียร์ธรรมดา

สถานีที่ 4 : Rock Canal ฝ่าลำธารหิน ความท้าทายใหม่สัมผัสความสมจริงของการขับรถผ่านลำธาร ลุยน้ำลึก ตะกุยผ่านลำธารหิน

สถานีที่ 5 : Waterfall Cliff ปีนไต่ม่านน้ำตก อุปสรรคใหม่สุดท้าทายที่ดีไซน์ให้ตื่นเต้นเสมือนได้ปีนไต่ขึ้นไปบนน้ำตก ข้ามทางทั้งลื่น ทั้งชัน ทั้งขรุขระ ผ่านม่านน้ำตก

สถานีที่ 6 : Zigzag U-Shape หกเหินระทึก-ระทึกใจกับทางแคบรูปตัวยู และทางโค้งซิกแซ็ก เอียงลาดชัน

สถานีที่ 7 : Side Slope สะอึกเอียงวัดใจ พิสูจน์สมรรถนะช่วงล่างระดับโลก เกาะถนนและทรงตัวดีกับความเอียง 40 องศา และพื้นผิวที่ขรุขระ

อย่างไรก็ตาม การขับขี่ทั้ง 7 สถานีดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการพิสูจน์สมรรถนะและรีดศักยภาพของตัวรถออกมาให้เห็นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งระบบการ ขับเคลื่อนสี่ล้อของอีซูซุที่ขับขี่ในสนามแห่งนี้ยังสร้างประสบการณ์การขับขี่ ที่ดีให้กับผู้ที่ได้มาสัมผัสก่อนออกไปเจอในสถานการณ์จริง

สนามแห่งนี้ถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ของอีซูซุ และเป็นต้นแบบให้กับสนามต่างๆ ของ อีซูซุ ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นจุดสร้างชื่อเสียงให้กับตราสินค้า "Made in Thailand Veheicle" ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญรถกระบะของโลก

 

ข่าวอื่นๆ