posttoday

ยืด 9 ปีปปช. อุ้ม นาฬิกา ประวิตร

22 ธันวาคม 2560

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มก่อตัวหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปรับแก้เนื้อหาสำคัญ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มก่อตัวหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต​ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปรับแก้เนื้อหาสำคัญในร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว ที่ส่งมาจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และผ่านความเห็นชอบในหลักการวาระแรกของ สนช.ไปแล้ว

ความสำคัญของการปรับแก้อยู่ตรงที่เป็นปรับแก้เรื่องคุณสมบัติให้กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ ​อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบ 9 ปี การเพิ่มอำนาจสำคัญและล่อแหลม

เริ่มตั้งแต่มาตรา 37/1 ที่ให้ ป.ป.ช.เข้าถึงข้อมูลทุกช่องทางที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งกว้างขวาง และห่วงว่าจะไปล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไป“ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเอกสาร หรือข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่ส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ถูกใช้ หรืออาจถูกใจเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดที่เป็นความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดอื่น พ.ร.ป.นี้กำหนด ซึ่งการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญมีผลกระทบอย่างกว้างขวาง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก ป.ป.ช. เป็นหนังสือจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวก็ได้”​

ทั้งการดักฟังโทรศัพท์ ตรวจสอบ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่นำไปสู่ข้อกังขาว่าการดักฟังนี้จะนำไปสู่การล้วงข้อมูลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับความผิดหรือไม่

แม้จะตีกรอบจำกัดการกระทำความผิดที่จะนำไปสู่การขอดักฟังว่าต้องเป็นความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดอื่นพ.ร.ป.นี้กำหนด ​แต่ก็ยังกว้างและเปิดช่องให้ล้วงข้อมูลอื่นได้

ประเด็นความเป็นห่วงอยู่ตรงองค์กรอย่าง ป.ป.ช.ถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญ สามารถให้คุณให้โทษ ในฐานะเป็นต้นทางกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางและการครอบงำ หรือเข้าไปแทรกแซงจากผู้มีอำนาจหรือไม่

การเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.เช่นนี้​ย่อมสุ่มเสี่ยงหากถูกนำไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง หรือนำไปใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันทางการเมืองเหมือนที่เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอดีต

อีกประเด็นที่ถูกถล่มคือมาตรา 178  ซึ่งคณะ กมธ.วิสามัญฯ ​แก้ไขใหม่ โดยกำหนดให้ประธาน ป.ป.ช.และ  กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.ป.นี้ใช้บังคับยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

จากเดิมที่ตามร่างของ กรธ.กำหนดให้บังคับใช้เรื่องคุณสมบัติที่กำหนดในกฎหมายใหม่ ซึ่งจะเข้มงวดกว่าฉบับเดิม กับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน​ ซึ่งจะมีกรรมการหลายคนต้องพ้นจากตำแหน่ง

การปรับแก้ของ กมธ.ถูกถล่มอย่างหนักเพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอ แถมยังขัดแย้งไม่เป็นมาตรฐานเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ถูกเซตซีโร่ หรือรีเซตแล้วแต่กรณี

ทั้งที่ ป.ป.ช.​ถือเป็นองค์กรสำคัญ จำเป็นต้องได้บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ให้เป็นที่ครหา รวมทั้งต้องเป็นที่ยอมรับจากสังคม ​แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกลายเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือ

ที่สำคัญ ป.ป.ช.​ชุดปัจจุบัน ซึ่งเข้าสู่ตำแหน่งในช่วงการบริหารงานของ คสช. ​ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลายคนใกล้ชิดและมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับแกนนำ คสช.

ไล่มาตั้งแต่ ​พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ที่ถือเป็นสายตรงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ​ท่ามกลางการจับตาจากสังคมถึงการทำงานตรวจสอบรัฐบาล​ว่าจะเป็นไปได้เข้มข้นมากน้อยเพียงไร

ล่าสุด กรณีนาฬิกาและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร ที่ถูกร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าเข้าข่ายแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จหรือไม่นั้น ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของ ป.ป.ช.ชุดนี้

การ​ปรับแก้กฎหมายเปิดทางให้  ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่ไม่ผ่านคุณสมบัติตามกฎหมายใหม่ให้สามารถดำรงต่ำแหน่งต่อไปได้ จึงยิ่งตอกย้ำข้อครหาเรื่องการวางตัวคนใกล้ชิด คสช.มารับตำแหน่ง ป.ป.ช.ชุดนี้​ ซึ่งหากกฎหมายผ่านจะอยู่ยาวต่อไปถึง 9 ปี

สอดรับไปกับกระแสข่าวเรื่องการขยับของ คสช.เตรียมวางหมากยื้ออยู่ในตำแหน่งหลังการเลือกตั้ง ผ่านกลไกตัวช่วยทั้ง 250 สว. และพรรคทหารที่เริ่มปรากฏความชัดเจนมากขึ้น

หนึ่งในจุดอ่อนที่จะบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.ปัจจุบันและอนาคตได้ คือบรรดาคดีความหรือข้อร้องเรียนที่จะนำไปสู่การดำเนินคดี

ป.ป.ช.​ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญของแต่ละคดีที่จะเข้ามากระทบรัฐบาล จึงจำเป็นที่ คสช.ต้องเลือกคนที่ไว้วางใจให้เข้ามารับหน้าที่  ​

ยิ่งในวันที่ คสช.​ต้องพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว การปิดทางป้องกันไม่ให้ถูกไล่เช็กบิลยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ คสช. ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู 5G ฉลองตรุษจีนปีม้า แจกเน็ตฟรี 3GB พร้อมอั่งเปาและสติ๊กเกอร์ อ.ช้าง