posttoday
ธุรกิจไทยใช้ AI พุ่ง 73% แต่เสี่ยงปัญหาทางกฎหมายเพราะคุมไม่อยู่

ธุรกิจไทยใช้ AI พุ่ง 73% แต่เสี่ยงปัญหาทางกฎหมายเพราะคุมไม่อยู่

22 ตุลาคม 2569

องค์กรไทยใช้ AI อัตโนมัติ 73% แต่พบข้อผิดพลาดสูง 69% สะท้อนวิกฤตขาดระบบตรวจสอบย้อนหลังที่รัดกุม เสี่ยงนำธุรกิจสู่ปัญหากฎหมาย

การพัฒนา AI ในไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการทำงานแบบอัตโนมัติขั้นสูง ทว่าความรวดเร็วนี้กลับมาพร้อมกับความท้าทายครั้งใหญ่ในเชิงปฏิบัติ รายงานดัชนีชี้วัดธรรมาภิบาล AI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้สะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่น่าสนใจของภาคธุรกิจไทยระหว่างระดับนโยบายและการนำไปใช้งานจริง

 

โดยรายงานจาก Sumsub ชี้ว่า ประเทศไทยแม้จะสามารถครองอันดับหนึ่งด้านความพร้อมในการวางกรอบธรรมาภิบาล AI ด้วยคะแนนประเมิน 70.3 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 67.1 แต่ในทางกลับกันกลับพบอัตราข้อผิดพลาดจากการใช้ AI สูงสุดในภูมิภาคถึง 69%

 

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ได้พัฒนาสู่ Agentic AI ที่สามารถวางแผนและตัดสินใจแทนมนุษย์ได้อย่างเป็นอิสระ องค์กรในประเทศไทยมีการปรับตัวต่อเทคโนโลยีนี้อย่างรวดเร็ว โดยมีเริ่มมีการนำ Agentic AI มาใช้งานจริงสูงถึง 73% แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเร่งรีบโดยขาดกลไกควบคุมที่รัดกุมเพียงพอซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ขององค์กรยุคดิจิทัล

 

ปัญหาหลักที่พบคือช่องว่างระหว่างความมั่นใจของตัวผู้บริหารและระบบรองรับการตรวจสอบที่เป็นรูปธรรม ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่า แม้ผู้บริหารระดับสูงชาวไทยถึง 99% จะแสดงความมั่นใจในความพร้อมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของระบบ AI แต่ในความเป็นจริงกลับมีองค์กรเพียง 51% เท่านั้นที่ติดตั้งระบบมีความปลอดภัยเพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐานไว้ตรวจสอบ

 

ความเชื่อมั่นต่อระบบ AI ในองค์กรยังคงแปรผันตามระดับความเสี่ยงของแต่ละสายงาน แม้ภาคธุรกิจจะมองเห็นประโยชน์ของ AI แต่ความเชื่อมั่นจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อต้องเผชิญกับงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะลดลงจาก 90% จากงานประจำทั่วไป เหลือ 60% สำหรับการตัดสินใจด้านกฎหมาย และดิ่งลงเหลือเพียง 46% ในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน

 

ความพยายามในการตรวจสอบกระบวนการทำงานของ AI ยังคงเผชิญกับคอขวดหลายด้าน ทั้งความซับซ้อนของตัวโมเดล บริบทของคำสั่งที่คลาดเคลื่อน และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง

 

ในขณะเดียวกันภาครัฐของไทยได้เร่งวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมบังคับใช้ร่างกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันโดยเคร่งครัด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ข้อผิดพลาดจาก AI ไม่ใช่เพียงปัญหาทางด้านไอที แต่คือความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจกระทบต่อสถานะทางการเงินและมั่นคงขององค์กร

 

เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว ภาคธุรกิจไทยจึงมีความต้องการระบบยืนยันตัวตนและการตรวจสอบย้อนกลับที่รัดกุม องค์กรที่ตอบแบบสำรวจทั้งหมดเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการใช้โซลูชันที่สามารถตรวจสอบคำสั่ง AI ย้อนหลังไปยังตัวบุคคลผู้รับผิดชอบได้

 

การสร้างมาตรฐานใหม่ระดับภูมิภาคผ่านเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมประสานผู้กำหนดนโยบายและผู้นำเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ซีพีแรม ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา พันธุ์พืชดั้งเดิมต้องรักษา

ซีพีแรม ไขข้อสงสัยดราม่าจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา พันธุ์พืชดั้งเดิมต้องรักษา