posttoday
วิกฤตยุค AI ดัน Trust Building เป็นวาระใหญ่ดันองค์กรพ้นวิกฤต

วิกฤตยุค AI ดัน Trust Building เป็นวาระใหญ่ดันองค์กรพ้นวิกฤต

06 ตุลาคม 2569

ในยุคที่ AI ช่วยทำงานได้เร็วขึ้น ความไว้วางใจยิ่งมีมูลค่าสูง ผลวิจัยชี้องค์กรยุคใหม่ต้องลงทุนด้านการสื่อสารเพื่อปกป้องชื่อเสียงล่วงหน้า

ปัจจุบันก่อนผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ การสืบค้นข้อมูลผ่านเสิร์ชเอนจิน โซเชียลมีเดีย หรือ AI ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ พฤติกรรมการตรวจสอบรีวิวและข้อคิดเห็นเหล่านี้ ส่งผลต่อการสร้างความไว้วางใจในระยะเวลาอันสั้น

 

การสร้างความเชื่อมั่นและชื่อเสียง จึงกลายเป็นวาระสำคัญขององค์กรที่ต้องเตรียมพร้อมภายในปี 2570 รายงาน Edelman Trust Barometer Special Report ปี 2026 ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 17,688 คนใน 15 ตลาดทั่วโลก ระบุว่าผู้บริโภค 89% ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นปัจจัยหลัก

 

ขณะเดียวกันผู้บริโภค 88% มองว่าความไว้วางใจและความคุ้มค่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อในระดับที่เท่าเทียมกัน ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ชื่อเสียงขององค์กรไม่ได้เป็นเพียงข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่ยังเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจหากขาดการจัดการที่ดี

 

เมื่อเกิดวิกฤตความเชื่อมั่นองค์กรที่มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและทันท่วงที จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การลงทุนด้านการสื่อสารองค์กรในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ผลการศึกษาจาก Korn Ferry ที่นำเสนอโดย Axios พบว่า ผู้บริหารฝ่ายการสื่อสารในบริษัทระดับ Fortune 500 มีบทบาทในระดับบริหารสูงสุดขององค์กรเพิ่มมากขึ้น โดยมีสัดส่วนการรายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เพิ่มจาก 40% ในปี 2566 เป็น 47% ในปี 2568

 

ด้านงบประมาณ รายงาน Gartner CCO Spend Survey ปี 2026 ระบุว่า งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์มีสัดส่วนสูงสุดถึง14.3 % ของหมวดการสื่อสารทั้งหมด นอกจากนี้ การสื่อสารในภาวะวิกฤตยังเป็นกิจกรรมที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

แม้ว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทช่วยลดระยะเวลาการทำงาน แต่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ยังคงต้องอาศัยความเข้าใจและวิจารณญาณของมนุษย์ รายงาน Ragan Communications Benchmark Report ปี 2026 พบว่า 50% ของนักสื่อสารใช้ AI ช่วยสร้างเนื้อหา

 

เวลาที่ประหยัดได้ 29% ถูกนำไปใช้เพื่อกำหนดกลยุทธ์ และอีก 24% ถูกนำไปใช้สำหรับการวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมขององค์กรในอนาคตจึงควรให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก เพื่อรับมือกับความท้าทาย

 

อันดับแรกคือ การสร้าง Trust Building กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ตามมด้วย Risk Readiness โดยใช้เทคโนโลยีและ AI ช่วยติดตามสถานการณ์เพื่อจัดเตรียมแผนรับมือ สุดท้ายคือ การดึง Strategic PR Counsel เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจตั้งแต่ต้น องค์กรที่เตรียมพร้อมตั้งแต่สถานการณ์ยังเป็นปกติ จะสามารถปกป้องความเชื่อมั่นและรักษาเสถียรภาพของธุรกิจไว้ได้แม้อยู่ในภาวะวิกฤต

ข่าวล่าสุด

เนเน่ นายแน่มาก "เนเน่" ประเดิมพากย์เสียงแอนิเมชันจากดิสนีย์

เนเน่ นายแน่มาก "เนเน่" ประเดิมพากย์เสียงแอนิเมชันจากดิสนีย์