
พชร เสนอ 4 ทางกำกับ AI ใช้กฎหมายเดิมก่อน ผูกลงทุนสร้างมูลค่าในไทย
พชร นริพทะพันธุ์ เสนอไทยกำกับ AI ตามความเสี่ยง ใช้กฎหมายเดิมแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และกำหนดเงื่อนไขให้เงินลงทุนสร้างประโยชน์ในประเทศ
KEY
POINTS
- พชรเห็นว่าไทยควรวางกรอบกำกับ AI แต่ยังไม่จำเป็นต้องรีบออกกฎหมายควบคุมเข้มงวด
- เสนอให้แยกมาตรฐานตามความเสี่ยง ใช้กฎหมายเดิม และปรับกฎให้ทันเทคโนโลยี
- ชี้ว่าไทยควรผูกสิทธิประโยชน์ลงทุนกับทักษะแรงงาน มูลค่าเพิ่มในประเทศ รวมถึงกำหนดกรอบใช้พลังงานและน้ำของศูนย์ข้อมูล
นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสนอให้ไทยเริ่มวางกรอบกำกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปรับตามความเสี่ยง โดยยังไม่ต้องรีบออกกฎหมายควบคุมเข้มงวดแบบสหภาพยุโรป เขาเห็นว่าไทยควรใช้กฎหมายที่มีอยู่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้เงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูลสร้างมูลค่าในประเทศ
นายพชรระบุว่า ไทยต้องตอบโจทย์สามเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วกว่ากฎหมาย เกณฑ์กำกับที่ต้องต่างกันตามลักษณะการใช้ AI และหน่วยงานที่จะรับผิดชอบกำกับ เขาเห็นว่าไทยไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกับทุกระบบ เพราะ AI ในเกมมีความเสี่ยงต่างจาก AI ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยของประเทศ
อีกปัญหาคือการกำหนดนิยามคำว่า “AI” ในกฎหมาย หากนิยามกว้างเกินไป กฎอาจครอบคลุมระบบที่มีความเสี่ยงต่ำโดยไม่จำเป็น แต่หากแคบเกินไป ระบบที่มีความเสี่ยงสูงอาจหลุดจากเกณฑ์กำกับ นายพชรจึงเสนอให้ไทยศึกษาผลกระทบก่อนร่างกฎหมาย แทนการนำแบบของต่างประเทศมาใช้ทั้งหมด
นายพชรมองว่าสิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับไทย เพราะใช้แนวปฏิบัติที่องค์กรนำไปใช้ได้จริงและปรับตัวได้คล่องตัว เขาย้ำว่าไทยใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก จึงควรเริ่มจากปัญหาของผู้ใช้และการคุ้มครองประชาชน โดยเฉพาะเมื่อ AI บางระบบเริ่มตัดสินใจและทำงานแทนมนุษย์ได้หลายขั้นตอน
ข้อเสนอ 4 ข้อของนายพชร คือ กำกับ AI ตามระดับความเสี่ยง ใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการปัญหา เช่น เสียงปลอมที่ใช้หลอกลวงหรือการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ผลักดันจุดยืนไทยในการเจรจาการค้าดิจิทัล และสร้างกลไกที่ทบทวนกฎร่วมกับเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคมได้เป็นระยะ
สำหรับเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล นายพชรเสนอให้ผูกสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กับการสร้างมูลค่าเพิ่มในไทย การฝึกทักษะแรงงาน และการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เดิม พร้อมกำหนดกรอบใช้พลังงานและน้ำตั้งแต่ต้น เขาเห็นว่าไทยควรวางหลักการให้ชัดและปรับได้ทันเทคโนโลยี โดยไม่เร่งออกกฎหมายจนขาดความรอบคอบ







