posttoday
สถาบันการเงินเตือนใช้ AI สั่งของแทน เพิ่มความเสี่ยงฉ้อโกง-ดูดข้อมูล

สถาบันการเงินเตือนใช้ AI สั่งของแทน เพิ่มความเสี่ยงฉ้อโกง-ดูดข้อมูล

23 กันยายน 2569

กลุ่มธนาคารชั้นนำระดับโลกออกโรงเตือน ใช้ AI ช่วยสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงทางการเงิน และการรั่วไหลของข้อมูลบัตรเครดิต

 

กลุ่มธนาคารชั้นนำระดับโลกเตือนภัยผู้บริโภคถึงความเสี่ยงในการใช้ AI Shopping Bots หรือผู้ช่วยช้อปปิ้งออนไลน์ ว่าอาจนำไปสู่การถูกฉ้อโกงและละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

 

เนื่องจาก AI อาจนำข้อมูลบัตรเครดิตไปทำธุรกรรมบนเว็บไซต์ที่ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ โดยปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองที่ชัดเจนหากเกิดความเสียหายขึ้น

 

ปัจจุบัน บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง OpenAI, Anthropic, Google และ Meta กำลังเร่งผลักดันแชตบอต AI ให้เป็นเครื่องมืออัจฉริยะสำหรับนักช้อป เพื่อให้ AI เป็นตัวแทนในการเลือกสินค้าและกดสั่งซื้อได้อย่างเบ็ดเสร็จ

 

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายก็นำมาซึ่งความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่วงการการเงินระดับโลกต้องออกมาเตือน

 

กลุ่มธนาคารชั้นนำระดับโลก นำโดย NatWest และ Bank of America พร้อมด้วยพันธมิตรอย่าง ING, ASB Bank (นิวซีแลนด์), Capital One (สหรัฐฯ) และ Commonwealth Bank of Australia ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการใช้งานระบบ AI เป็นผู้ช่วยในการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยระบุว่าเทคโนโลยีนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงและละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

 

สถาบันการเงินเตือนใช้ AI สั่งของแทน เพิ่มความเสี่ยงฉ้อโกง-ดูดข้อมูล

 

ทำไมสถาบันการเงินถึงกังวลเรื่อง AI ช้อปปิ้งออนไลน์?

 

รายงานจากกลุ่มพันธมิตรธนาคารระบุว่า เทรนด์การใช้ AI เพื่อการพาณิชย์ หรือที่เรียกว่า "Agentic Commerce" กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจนแซงหน้ามาตรฐานอุตสาหกรรมและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมีความเสี่ยงหลักที่น่ากังวล ดังนี้

 

  • การเปิดเผยข้อมูลบัตรเครดิต: AI อาจมีพฤติกรรมดึงข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าไปกรอกลงบนเว็บไซต์ต่างๆ โดยตรง

 

  • ช่องโหว่ด้านระบบชำระเงิน: AI อาจชักจูงหรือเลือกใช้ช่องทางการชำระเงินที่มีระบบรักษาความปลอดภัยต่ำ เปิดช่องให้เกิดการโจรกรรมทางการเงิน

 

  • การตัดสินใจผิดพลาด: บอท AI อาจสั่งซื้อสินค้าผิดพลาด หรือซื้อของแพงเกินความจำเป็น

 

  • ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ: AI อาจถูกแทรกแซงจากผู้ค้าหรือแบรนด์ นำพาผู้ใช้งานไปสู่เว็บไซต์หลอกลวง

 

เทรนด์ Agentic Commerce โตกระโดด แต่หาก AI พลาด ใครรับผิดชอบ?

 

การใช้ AI เป็นตัวแทนสั่งซื้อสินค้าไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จาก John Lewis ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนการค้นหาสินค้าผ่าน AI Agent พุ่งสูงถึง 2.5% จากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 0.3%

 

ทว่าประเด็นสำคัญที่สถาบันการเงินกำลังจับตามองและยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดก็คือ หากเกิดความเสียหายขึ้นจากการที่ AI ตัดสินใจผิดพลาด ผู้บริโภคจะยังได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น?

 

สถาบันการเงินเตือนใช้ AI สั่งของแทน เพิ่มความเสี่ยงฉ้อโกง-ดูดข้อมูล

 

3 ข้อเสนอแนะจากกลุ่มธนาคารเพื่อยกระดับความปลอดภัย

 

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางการเงินรูปแบบใหม่นี้ กลุ่มธนาคารเตรียมเสนอแนวทางต่อผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานกำกับดูแล ดังนี้

 

1. บังคับเปิดเผยข้อมูล: ต้องมีการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทุกครั้งที่มีการใช้ AI เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรม

 

2. โปร่งใสและตรวจสอบได้: กระบวนการตัดสินใจของ AI ต้องมีความโปร่งใส และต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าที่เข้มงวด

 

3. ป้องกันการผูกขาด (Interoperability): แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วย AI ต้องออกแบบให้ทำงานเชื่อมโยงกันได้ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องมีอิสระในการเลือกใช้บริการเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

แม้ AI Shopping Bots จะมอบความสะดวกสบายขั้นสุดในการซื้อของออนไลน์ แต่ในขณะที่กฎหมายยังตามไม่ทันเทคโนโลยี ผู้บริโภคควรระมัดระวังในการอนุญาตให้ AI เข้าถึงข้อมูลทางการเงิน

 

และตรวจสอบแพลตฟอร์มที่ AI เลือกใช้ทำธุรกรรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล

 

ข่าวล่าสุด

Meta ทดสอบใช้คนโทรแทน AI แก้ปัญหา Muse พบทำงานได้ดีกว่า

Meta ทดสอบใช้คนโทรแทน AI แก้ปัญหา Muse พบทำงานได้ดีกว่า