posttoday
จีนผงาด! ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 'LineShine' ขึ้นแท่นเร็วที่สุดในโลก

จีนผงาด! ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ 'LineShine' ขึ้นแท่นเร็วที่สุดในโลก

24 มิถุนายน 2569

หักปากกาเซียน! ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สัญชาติจีน 'LineShine' ผงาดเบอร์หนึ่งเร็วที่สุดในโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ในรอบ 7 ปี

 

ประเทศจีนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่ง 'LineShine' (ไลน์ไชน์) ขึ้นแท่นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก โค่นแชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกาในการประกาศผลจัดอันดับ Top500 ล่าสุดเมื่อวันอังคาร

 

นับเป็นการทวงคืนอันดับหนึ่งของซูเปอร์คอมพิวเตอร์จีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับชาติที่ทรงพลัง

 

นวัตกรรม 100% CPU เบื้องหลังความแรงของ LineShine

 

ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติจีน ณ เมืองเซินเจิ้น เปิดตัวเครื่อง LineShine เข้าสู่ทำเนียบเป็นครั้งแรก และสามารถเบียด 'El Capitan' (เอล แคปิตัน) ของสหรัฐฯ ลงไปอยู่อันดับ 2 ได้ทันที 

 

จุดเด่นที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างจากคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงรุ่นอื่น คือการเลือกใช้ชิปคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมหรือ CPU ล้วนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แทนที่จะพึ่งพาหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่วงการประมวลผล AI ในปัจจุบันนิยมใช้งาน โดยระบบนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนประมาณ 42.2 เมกะวัตต์

 

นักวิทยาศาสตร์ในโครงการ Top500 ยืนยันว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จีนเครื่องนี้ มีประสิทธิภาพทะลุ 2.198  Exaflops ซึ่งหมายความว่าระบบสามารถคำนวณและประมวลผลคำสั่งได้มากกว่า 2 ล้านล้านล้านครั้งต่อวินาที

 

ภาพ AI จำลองซูเปอร์คอมพิวเตอร์

ศักยภาพและการประยุกต์ใช้งานระดับชาติ

 

ตามปกติ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพการประมวลผลเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปถึง 1,000 เท่า นักวิจัยจึงนำขุมพลังมหาศาลนี้มาประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องการการคำนวณขั้นสูง เช่น การวิจัยและคิดค้นนวัตกรรมทางการแพทย์ การสร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศโลก การจำลองปฏิกิริยานิวเคลียร์ การวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ ไปจนถึงการทดสอบอาวุธในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง

 

อัปเดตการจัดอันดับ Top500: ทำเนียบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับเอกซะสเกล

 

อดีตแชมป์เก่าอย่าง 'El Capitan' จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ลิเวอร์มอร์ (Lawrence Livermore National Laboratory) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 2 แต่ยังคงมีประสิทธิภาพการประมวลผลทิ้งห่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ อีก 2 เครื่องที่ตั้งอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งชาติของรัฐเทนเนสซีและอิลลินอยส์

 

ขณะที่อันดับ 5 เป็นของ Jupiter จากประเทศเยอรมนี โดยระบบทั้ง 5 เครื่องนี้ถือเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ "เอกซะสเกล" (Exascale) เพียงกลุ่มเดียวในโลกที่ผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ

 

นอกจากนี้ ในทำเนียบ 10 อันดับแรก ยังมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์จากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ติดโผเข้ามาด้วย

ด้านสหราชอาณาจักรมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ติดอันดับ Top500 รวมทั้งสิ้น 11 เครื่อง โดย Isambard-AI ของมหาวิทยาลัยบริสตอล (University of Bristol) ครองตำแหน่งสูงสุดของประเทศในอันดับที่ 11 (ร่วงลง 2 อันดับจากการจัดอันดับครั้งก่อน) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับสูงของ Nvidia ถึง 5,400 ตัว

 

และทางมหาวิทยาลัยได้จัดเก็บไว้ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยติดตั้งลูกกรงเหล็กสีดำล้อมด้วยลวดหนามอย่างแน่นหนา ส่วนออสเตรเลียมี Setonix จากรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของประเทศ โดยรั้งอยู่ในอันดับที่ 86

 

ทิศทางอนาคต เมื่อจีนผงาดครองแชมป์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก

 

ความสำเร็จของ LineShine ที่ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงศักยภาพระดับแนวหน้าของซูเปอร์คอมพิวเตอร์จีน

 

พร้อมทั้งสร้างแรงกระเพื่อมให้บรรดาประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยี ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมชิปประมวลผลและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในยุคที่ข้อมูลและเทคโนโลยีคือเครื่องมือชี้ชะตาอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

ไทย-ญี่ปุ่น หารือขยายการค้าปศุสัตว์ เดินหน้าความร่วมมือป้องกันโรคสัตว์

ไทย-ญี่ปุ่น หารือขยายการค้าปศุสัตว์ เดินหน้าความร่วมมือป้องกันโรคสัตว์