posttoday

อวสานข้อมูลฟรี เมื่อ AI ทำให้ ความรู้ และ ความจริง ราคาแพงระยับ

12 กุมภาพันธ์ 2569

จากแดนเสรีสู่ยุคที่ต้องจ่ายเพื่อรู้ เมื่อ AI ดูดข้อมูลจนเว็บต้องล็อกเนื้อหา เปลี่ยนความจริงให้เป็นสินค้า คนมีเงินเท่านั้นหรือที่จะเข้าถึงได้?

KEY

POINTS

  • บริษัท AI นำข้อมูลมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตไปใช้ฝึกฝนโมเดลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดการฟ้องร้องจากเจ้าของเนื้อหาและสำนักข่าวต่างๆ
  • เพื่อแก้ปัญหา บริษัท AI จึงหันมาจ่ายเงินเพื่อขอสิทธิ์ใช้ข้อมูล ส่งผลให้เว็บไซต์ต่างๆ เริ่มเก็บค่าสมาชิกเพื่อป้องกันและสร้างรายได้จากเนื้อหาของตน
  • การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ข้อมูลและความรู้ที่เคยเข้าถึงได้ฟรีกลายเป็นสินค้ามีราคา ซึ่งอาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความจริงและบั่นทอนหลักการของอินเทอร์เน็ตแบบเปิด

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีนับตั้งแต่โลกใบนี้ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ต เราต่างคุ้นชินกับภาพจำของห้องสมุดขนาดใหญ่ พื้นที่สาธารณะอันกว้างขวางที่เปิดรับทุกคนอย่างเท่าเทียม สถานที่ซึ่งข้อมูลมหาศาลถูกนำมาแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และหยิบจับไปใช้ได้โดยอิสระ มันคือดินแดนแห่งโอกาสที่ใครก็สามารถเข้าถึงความจริงได้เพียงปลายนิ้ว

 

แต่ดูเหมือนว่ายุคทองแห่งเสรีภาพนั้นกำลังนับถอยหลังสู่จุดสิ้นสุด เมื่อกำแพงที่มองไม่เห็นกำลังถูกก่อตัวขึ้น เว็บไซต์และสำนักข่าวชั้นนำทั่วโลกเริ่มล้อมรั้วปิดกั้นเนื้อหา สิ่งที่เคยฟรีกลับไม่ฟรีอีกต่อไป

 

และตัวการสำคัญที่จุดชนวนความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ ก็คือเทคโนโลยีที่เรากำลังตื่นเต้นกับมันที่สุดในขณะนี้คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

 

อวสานข้อมูลฟรี เมื่อ AI ทำให้ ความรู้ และ ความจริง ราคาแพงระยับ

 

แรงกระเพื่อมจาก AI การเข้าถึงที่พลิกโฉมธุรกิจเว็บไซต์

 

เราต่างทราบดีว่า เบื้องหลังความฉลาดล้ำของ AI Chatbot ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini, Claude หรือ DeepSeek นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันเกิดจากการเรียนรู้ ทั้งเนื้อหาข่าว บทความ หนังสือ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ไปจนถึงงานวิจัยทางวิชาการ ที่สั่งสมมานับทศวรรษ เพื่อนำไปฝึกฝนและนำข้อมูลเหล่านั้นมาตอบคำถามพวกเรา

 

ทว่าการใช้ข้อมูลมหาศาลของบริษัท AI กลายเป็นดาบสองคม มันนำไปสู่การฟ้องร้องครั้งมโหฬาร เมื่อบรรดาเจ้าของลิขสิทธิ์ ทั้งสำนักข่าว สำนักพิมพ์ และเว็บไซต์ มองว่านี่คือการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาไปสร้างรายได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์และรายได้จากค่าโฆษณาที่เคยหล่อเลี้ยงองค์กรสื่อก็พลอยหดหายไปด้วย

 

อวสานข้อมูลฟรี เมื่อ AI ทำให้ ความรู้ และ ความจริง ราคาแพงระยับ

 

ดีลหมื่นล้านและกำแพงค่าสมาชิก ทางรอด หรือ ทางตัน?

 

เมื่อถูกบีบด้วยกฎหมายและจริยธรรม บริษัท AI ยักษ์ใหญ่จึงต้องยอมถอย ทั้ง OpenAI, Google, Anthropic และ Microsoft เริ่มเดินสายเจรจาและยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องเช่น กรณีของ News Corporation เครือสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่สามารถทำเงินได้เฉลี่ยสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากการอนุญาตให้ OpenAI นำเนื้อหาข่าวไปใช้งาน

 

นี่คือโมเดลธุรกิจใหม่ที่เรียกว่า การสร้างรายได้ใหม่จากเนื้อหาเก่าข้อมูลในอดีตที่เคยนอนนิ่งอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ กลับกลายมาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่ามหาศาลในชั่วข้ามคืน

 

แต่ผลกระทบที่ตามมาต่อผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเรากลับรุนแรงกว่าที่คิด เพื่อปกป้องขุมทรัพย์ข้อมูลเหล่านี้ และเพื่อหารายได้ชดเชยส่วนที่เสียไป สำนักข่าวและเว็บไซต์จำนวนมากตัดสินใจปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากการให้อ่านฟรีไปสู่ระบบ จ่ายเงินเพื่ออ่าน (Subscription)

 

ผลลัพธ์คือ กำแพงที่กันแค่บอทของ AI เท่านั้น แต่มันกัน บอทสาธารณะที่เป็นประโยชน์ และ มนุษย์ ออกไปด้วย เราเริ่มเห็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่เว็บไซต์สารานุกรมอย่าง Wikipedia หรือโครงการจดหมายเหตุโลกอย่าง Internet Archive (Wayback Machine) ก็ไม่สามารถเข้าไปเก็บข้อมูลมาเติมเต็มสารานุกมได้เหมือนเคย

 

อวสานข้อมูลฟรี เมื่อ AI ทำให้ ความรู้ และ ความจริง ราคาแพงระยับ

 

เมื่อความจริงและความรู้กำลังกลายเป็นสินค้า

 

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสั่นคลอนรากฐานของโลกอินเทอร์เน็ตใน 3 มิติสำคัญ ที่เราไม่อาจมองข้าม

 

1. ประวัติศาสตร์ที่ขาดตอน อินเทอร์เน็ตเคยทำหน้าที่เป็นผู้จดบันทึกประวัติศาสตร์โลกแบบเรียลไทม์ แต่เมื่อเนื้อหาถูกปิดกั้น  การบันทึกเหตุการณ์จะเริ่มเกิดช่องโหว่ นักวิชาการ นักวิจัย หรือคนรุ่นหลังที่ต้องการสืบค้นข้อมูลย้อนหลังจะพบกับทางตันหรือข้อมูลที่ขาดหาย ไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต

 

2. ความเหลื่อมล้ำทางปัญญา นี่คือประเด็นที่น่ากังวลที่สุด ในโลกที่ความรู้มีราคาค่างวด เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนรวยเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน ในขณะที่คนที่มีรายได้น้อยอาจต้องจำใจรับข่าวสารฟรีที่มีคุณภาพต่ำ หรือถูกชี้นำได้ง่าย หรือจำกัดอยู่แต่ในเว็บไซต์ไม่กี่แห่ง ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหา Echo Chamber ที่รุนแรงยิ่งขึ้น

 

3. การผูกขาดความฉลาด การเปลี่ยนข้อมูลสาธารณะให้เป็นสินค้าเก็งกำไร เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทยักษ์ใหญ่และกลุ่มทุน ข้อมูล ความรู้ และโอกาส จะถูกผูกขาดไว้ในมือคนเพียงกลุ่มเดียว ยิ่งเป็นการตอกย้ำช่องว่างทางสังคมให้กว้างขึ้นไปอีก

 

 

 

 

เดิมที ปรัชญาของ Open Web คือการสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปัน พื้นที่ที่ความรู้คือสมบัติของมนุษยชาติ ไม่ใช่สินค้า แต่กระแสทุนนิยมในยุค AI กำลังบีบให้พื้นที่นี้หดแคบลงเรื่อยๆ หากทิศทางนี้ยังดำเนินต่อไป ในอนาคตเราอาจได้เห็นจุดจบของเว็บไซต์ที่ทำเพื่อสาธารณะจริงๆ เว็บไซต์อย่าง Wikipedia อาจต้องหายสาบสูญไปจากโลก

 

เรากำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญของประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต ยุคสมัยที่เราอาจไม่มีสิทธิ์เข้าถึงกระทั่ง ความรู้ หรือ ความจริง หากไม่มีเงินจ่าย และนั่นอาจเป็นราคาที่แพงที่สุดที่มนุษยชาติต้องจ่ายให้กับความก้าวหน้าของ AI

 

 

ที่มา

 

https://theconversation.com/news-sites-are-locking-out-the-internet-archive-to-stop-ai-crawling-is-the-open-web-closing-274968

 

ข่าวล่าสุด

WHA ย้ำรัฐบาลแลนด์สไลด์ห้ามมีฮันนีมูน จี้ปราบ'ทุนสีเทา-สแกมเมอร์'บ่อนทำลายชาติ-กู้ชีพเศรษฐกิจก่อนพัง