posttoday

เตือนภัย ใช้ AI สร้าง Deepfake อนาจาร โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

16 มกราคม 2569

สรุปข้อกฎหมายการดัดแปลงภาพลามกด้วย AI เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมฯ และหมิ่นประมาท โทษจำคุกหนัก ผู้เสียหายควรเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างหรือดัดแปลงภาพบุคคลอื่นให้ปรากฏเป็นสื่อลามกอนาจาร หรือ Deepfake มิใช่การกระทำเพื่อความบันเทิง หากแต่เป็นการละเมิดที่ส่งผลให้ถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ผู้ที่กระทำโดยอ้างเหตุรู้เท่าไม่ถึงการณ์พึงตระหนักว่ากฎหมายไทยในปัจจุบันมีบทลงโทษที่รุนแรงและสามารถบังคับใช้ได้จริงต่อผู้กระทำความผิด

 

ในบริบทของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การนำเนื้อหาอนาจารสู่ระบบที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14(4) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี อนึ่ง การตัดต่อภาพบุคคลอื่นให้เกิดความเสียหายหรือถูกดูหมิ่นตามมาตรา 16 นับเป็นความผิดสำเร็จทันที โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท

 

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา หากภาพที่สร้างขึ้นมีลักษณะเข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษหนักตามมาตรา 287/1 และหากนำภาพดังกล่าวไปข่มขู่หรือเผยแพร่จะมีความผิดฐานข่มขืนใจและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทั้งนี้ กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้กระทำความผิดกล่าวอ้างความไม่รู้เรื่องอายุของบุคคลในภาพเพื่อเป็นข้อต่อสู้ทางคดี

 

ในด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การนำภาพใบหน้าซึ่งจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ดัดแปลงโดยปราศจากความยินยอม ถือเป็นการละเมิดข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอย่างร้ายแรง ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง อีกทั้งผู้กระทำยังต้องระวางโทษปรับทางปกครอง และร่องรอยทางดิจิทัลดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็นประวัติอาชญากรรม

 

หากท่านตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าว กฎหมายพร้อมให้ความคุ้มครองสิทธิอย่างเต็มที่ ข้อแนะนำสำคัญคือการรวบรวมพยานหลักฐาน อาทิ ภาพหน้าจอหรือลิงก์ที่เกี่ยวข้อง โดยห้ามลบทำลายเด็ดขาด และควรประสานงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) 1441 หรือแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ข่าวล่าสุด

พรรคประชาชน ชูนโยบาย ‘คืนเวลาให้ครู คืนครูให้ห้องเรียน’