posttoday
ชิปหายอีกแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้ RAM ราคาพุ่งหลายเท่า

ชิปหายอีกแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้ RAM ราคาพุ่งหลายเท่า

14 มกราคม 2569

การเติบโตของ AI กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ เมื่อผู้ผลิตเทกำลังผลิตไปที่ชิป AI จน RAM ขาดตลาด ราคา DDR5 และ DDR4 พุ่งหลายเท่า และอาจยืดเยื้อถึงปี 2026–2028

KEY

POINTS

  • การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทำให้เกิดภาวะ RAM ขาดตลาด ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวทั้งในรุ่น DDR5 และ DDR4
  • สาเหตุหลักเกิดจากผู้ผลิตชิปได้ลดกำลังการผลิต RAM สำหรับผู้บริโภคทั่วไป เพื่อหันไปทุ่มทรัพยากรผลิตชิป HBM ที่ใช้ใน AI GPU ตามความต้องการมหาศาล
  • ผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคคือราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน จะปรับตัวสูงขึ้น และอาจมีการลดสเปคอุปกรณ์ลงเพื่อควบคุมต้นทุน

หลายท่านที่เคยผ่านช่วงการระบาดโควิดคงยังจำกันได้ว่า ในช่วงนั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงขึ้นอย่างก้าวกระโดด สาเหตุสำคัญมาจากการที่ ชิปขาดตลาด ด้วยกำลังการผลิตไม่เพียงพอความต้องการ ทำให้สินค้าขาดแคลนจนราคาปรับตัวสูงขึ้น ใช้เวลานานนับปีจึงมีการจัดตั้งโรงงานผลิตเพิ่มเติมทำให้ปัญหาคลี่คลาย

 

ล่าสุดปัญหาดังกล่าวกำลังเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อ RAM ที่ใช้งานกำลังอยู่ในภาวะขาดตลาด

 

ชิปหายอีกแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้ RAM ราคาพุ่งหลายเท่า

 

RAM ขาดตลาด ปัญหาซ้ำรอยจากประเด็นใหม่

 

ประเด็นนี้เป็นที่พูดถึงกันตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2025 เมื่อราคา RAM ตามท้องตลาดเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ในบางพื้นที่อาจมีราคาพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 3 – 4 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงต้นปี และสินค้าในท้องตลาดเริ่มขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ที่นอกจากไม่คลี่คลายสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ้น

 

นี่ไม่ใช่เรื่องคิดไปเองยืนยันได้จากแถลงการณ์ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Samsung ออกมาประกาศว่า ราคาของ RAM DDR5  ที่วางขายตามท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้น ดันต้นทุนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดให้เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือในกรณีร้ายแรงก็อาจถึงขั้นไม่มี RAM สำหรับจัดจำหน่าย

 

การขาดตลาดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับ DDR5 ที่ถือเป็น RAM รุ่นล่าสุดอย่างเดียว แม้แต่ DDR4 ที่เป็นรุ่นเก่ากว่าซึ่งผู้ผลิตหลายเจ้าเริ่มมองหามาทดแทนรุ่นล่าสุดไปก่อน นำมาลดสเปคเพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในกรอบยังเริ่มประสบภาวะขาดแคลน และเริ่มมีราคาปรับตัวสูงขึ้นไม่แพ้กัน

 

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นผลกระทบที่เกิดจากการขยายตัวของ AI โดยตรง

 

ชิปหายอีกแล้ว การเติบโตของ AI ทำให้ RAM ราคาพุ่งหลายเท่า

 

RAM หาย ประเด็นปัญหาจากการขยายตัวของ AI

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ RAM ขาดตลาดมาจาก การเทกำลังการผลิตไปยังชิป HBM ที่ใช้งานร่วมกับ AI GPU เราทราบกันดีว่าบริษัท AI มีออเดอร์สั่งซื้อชิปสำหรับใช้งานจำนวนมหาศาล ผลิตออกมาอย่างไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI ทั้งในการพัฒนาโมเดลและจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง

 

นั่นคือเหตุผลให้ผู้ผลิตทั้งหลายทุ่มกำลังการผลิตไปหาชิปสำหรับใช้กับ AI ก่อน แต่ชิปเหล่านี้มีกระบวนการผลิตซับซ้อนและกินทรัพยากรมาก ส่งผลให้กำลังการผลิตชิป DDR5  สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ทั่วไปตามท้องตลาดในฐานะหน่วยความจำถูกลดความสำคัญลง

 

แน่นอนเมื่อเริ่มประสบปัญหาขาดตลาดย่อมทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้น บริษัทยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะผู้พัฒนา AI ก็สั่งซื้อส่วนที่ต้องการใช้ไว้ล่วงหน้า บางบริษัทก็ทำสัญญาเหมาซื้อเพื่อลดผลกระทบในการขึ้นราคา สุดท้ายสินค้าที่ออกมาน้อยอยู่ก่อนจึงถูกกว้านซื้อไปหมด แทบไม่เหลือมาถึงมือผู้บริโภคทั่วไป

 

เรื่องนี้เริ่มเป็นประเด็นปัญหาและมีความพยายามในการปรับตัวกันตั้งแต่ท้ายปีก่อน นับแต่ DDR5 32 และ 64 GB ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิมราว 3 – 4 เท่า จนผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับต้นทุนไหว ส่งผลให้ผู้ผลิตเริ่มกลับไปเล็งใช้งาน DDR4 ที่เป็นรุ่นเก่า แต่แนวทางนี้ไม่ช่วยนักเนื่องจากหลายโรงงานยุติการผลิตรุ่นนี้ไปแล้ว

 

ปัจจุบันผู้ผลิตส่วนมากยังคงให้ความสำคัญกับ RAM สำหรับ AI เป็นอันดับแรกจนปัญหานี้ดูจะยืดเยือ มีการคาดการณ์ว่าราคา RAM อาจเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันไปอีกเท่าตัว การเปลี่ยนไลน์การผลิตให้กลับมาเป็น DDR5 ก็จะไม่เกิดขึ้นในเร็ววันตราบที่ AI ยังได้รับความนิยม

 

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภค

 

- ราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พุ่งสูงอย่างก้าวกระโดด ทั้งสำหรับคอมประกอบเอง หรือแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟนที่วางขายทั่วไปล้วนได้รับผลกระทบ จาการที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น จนสินค้าของบางบริษัทเริ่มทยอยปรับตัวขึ้นไปแล้ว 10 – 30%

 

- การลดสเปคจนอุปกรณ์ด้อยคุณภาพ ถึงเราจะเต็มใจจ่ายแพง แต่ทางผู้ผลิตที่มองว่าไม่คุ้มทุนอาจตัดสินใจลดสเปคอุปกรณ์ที่วางจำหน่าย เช่น สมาร์ทโฟนที่อาจเริ่มมีการกลับไปใช้ RAM 4GB อีกครั้ง ซึ่งจะประสบปัญหาในการใช้งานเป็นอย่างมาก จากการที่สเปคนี้ไม่เพียงพอในการใช้งานตามปกติอีกต่อไป

 

- การดาวน์เกรดเทคโนโลยี ในกรณีที่มีการนำ DDR4 กลับมาใช้งานในปริมาณมาก โปรแกรมเมอร์ก็จำเป็นต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับรุ่นเก่า นอกจากเพิ่มภาระงานยังอาจส่งผลต่อขีดความสามารถโปรแกรมโดยรวม ที่ต้องคำนึงและพะวงถึงอุปกรณ์รุ่นเก่าอย่างไม่จำเป็น

 

- การระบาดของสินค้าปลอมและสินค้าเถื่อน เมื่อต้นทุน RAM สูงจนหลายร้านถึงขั้นไม่สามารถจัดหาสินค้าให้ผู้บริโภคได้ อาจนำไปสู่การขายของปลอม สอดไส้ หรือสูญหาย สร้างภาระให้แก่ผู้บริโภคในการเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการประกอบคอมพิวเตอร์เอง

 

 

 

สำหรับเรื่องนี้ผู้บริโภคทั่วไปทำได้เพียงก้มหน้ารับกรรมไปเท่านั้น เนื่องจากอำนาจต่อรองไม่มีทางเทียบกับบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ทำได้เพียงคาดหวังให้บริษัทผู้ผลิตเล็งเห็นตลาดและโอกาสในส่วนนี้ และเปลี่ยนหรือเพิ่มไลน์การผลิตขึ้นมารองรับเท่านั้นซึ่งจะเป็นกระบวนการที่กินเวลาหลักเดือนหรือปี

 

ทางผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปัญหา RAM ขาดตลาดอาจดำเนินไปตลอดปี 2026 บางส่วนก็ประเมินไปถึง 2028 เลยทีเดียว

 

 

 

ที่มา

 

https://interestingengineering.com/culture/samsung-ddr5-memory-price-hike

 

https://interestingengineering.com/culture/ddr5-costs-drive-byor-pc-builds

 

https://pcpartpicker.com/trends/price/memory/

 

ข่าวล่าสุด

พลังแห่งความหลากหลาย! ทรู เปิดตัวแคมเปญ “Beyond Your Best” ถ่ายทอด 4 เรื่องจริงของพนักงาน ทลายทุกข้อจำกัด สู่ผู้สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจให้สังคม

พลังแห่งความหลากหลาย! ทรู เปิดตัวแคมเปญ “Beyond Your Best” ถ่ายทอด 4 เรื่องจริงของพนักงาน ทลายทุกข้อจำกัด สู่ผู้สร้างคุณค่าและแรงบันดาลใจให้สังคม