posttoday

"Meta Compute" โปรเจกต์ยักษ์! ลุยโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มสูบ

13 มกราคม 2569

Meta เดินหน้าเต็มสูบ เปิดตัว "Meta Compute" ปูพรมโครงสร้างพื้นฐาน AI พร้อมตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตพลังงานมหาศาล

 

หลังจากที่ Meta ได้ส่งสัญญาณถึงทิศทางการลงทุนครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อขยายขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุด ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้ได้เริ่มลงมือทำตามสัญญาที่ให้ไว้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

 

ย้อนกลับไปในการแถลงผลประกอบการเมื่อช่วงฤดูร้อนปีก่อน ซูซาน ลี (Susan Li) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Meta ได้กล่าวไว้ว่า

 

 "เราคาดหวังว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ชั้นนำ จะกลายเป็นข้อได้เปรียบหลักในการพัฒนาโมเดล AI และประสบการณ์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด"

 

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศเปิดตัว "Meta Compute" ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของบริษัท โดยซัคเคอร์เบิร์กเน้นย้ำว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายการใช้พลังงานอย่างมหาศาลในปีต่อๆ ไป

 

"Meta วางแผนที่จะสร้างพลังงานระดับหลายสิบกิกะวัตต์ (Gigawatts) ในทศวรรษนี้ และจะขยายไปสู่หลักร้อยกิกะวัตต์หรือมากกว่านั้นในอนาคต วิธีที่เราวางแผนวิศวกรรม การลงทุน และการหาพันธมิตรเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะกลายเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของเรา" ซัคเคอร์เบิร์ก ระบุผ่านโพสต์บน Threads

 

"Meta Compute" โปรเจกต์ยักษ์! ลุยโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มสูบ


 

เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ 1 กิกะวัตต์เทียบเท่ากับพลังงานไฟฟ้า 1 พันล้านวัตต์ ซึ่งด้วยธรรมชาติของธุรกิจ AI ที่ต้องใช้พลังงานในการประมวลผลสูงมาก มีการคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาอาจพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดในทศวรรษหน้า (จากการคาดการณ์หนึ่งระบุว่าอาจเพิ่มจาก 5 กิกะวัตต์ เป็น 50 กิกะวัตต์)

 

เพื่อให้โครงการนี้บรรลุเป้าหมาย ซัคเคอร์เบิร์กได้เปิดรายชื่อผู้บริหารระดับสูง 3 คน ที่จะเข้ามาเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อน Meta Compute ได้แก่

 

  • Santosh Janardhan หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก (Head of Global Infrastructure) ซึ่งอยู่กับ Meta มาตั้งแต่ปี 2009 จะรับผิดชอบดูแลด้านสถาปัตยกรรมทางเทคนิค (Technical Architecture), Software Stack, โครงการพัฒนาชิปซิลิคอน, ประสิทธิภาพของนักพัฒนา รวมถึงการสร้างและการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท

 

  • Daniel Gross ผู้ที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานกับ Meta เมื่อปีที่แล้ว เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Safe Superintelligence (SSI) ร่วมกับ Ilya Sutskever อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI โดย Gross จะเข้ามาเป็นผู้นำทีมใหม่ภายใน Meta ที่รับผิดชอบด้าน "กลยุทธ์ด้านขีดความสามารถระยะยาว, พันธมิตรซัพพลายเออร์, การวิเคราะห์อุตสาหกรรม, การวางแผน และการสร้างแบบจำลองทางธุรกิจ"

 

  • Dina Powell McCormick อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานกรรมการของ Meta จะรับผิดชอบในการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อช่วยในเรื่องการ "ก่อสร้าง, ติดตั้ง, ลงทุน และจัดหาเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของ Meta"

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการสร้างสภาพแวดล้อม Cloud ที่พร้อมรองรับ Generative AI ซึ่งจากการคาดการณ์รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ที่ประกาศออกมาเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าคู่แข่งรายสำคัญของ Meta ต่างก็มีความทะเยอทะยานในระดับเดียวกัน

 

Microsoft เดินหน้าจับมือกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ในทุกช่องทางที่เป็นไปได้ ขณะที่ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Alphabet บริษัทแม่ของ Google ก็เพิ่งประกาศเข้าซื้อกิจการ Intersect บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านศูนย์ข้อมูล เพื่อเสริมแกร่งให้กับตัวเองเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนยู พบ คริสตัล พาเลซ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 1 มี.ค.69