AI พยากรณ์ฝูงชนจากเกาหลี ป้องกันโศกนาฎกรรมอิแทวอนซ้ำรอย
AI พยากรณ์ฝูงชนช่วยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ลดความแออัด ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำ และยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ
ถ้าพูดถึงเหตุการณ์โศกนาฎกรรมจากฝูงชนจำนวนมาก เชื่อว่าเหตุการณ์วันที่ 29 ตุลาคม 2022 ในย่านอีแทวอน กรุงโซล ของเกาหลีใต้ กับเหตุการณ์จากความแออัดของฝูงชนที่ทำให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนมหาศาล นับเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน
นี่เป็นเหตุผลให้มีการคิดค้นเทคโนโลยีสำหรับประเมินและคาดการณ์ฝูงชนแออัดขึ้นมาโดยเฉพาะ
AI พยากรณ์ฝูงชนเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ
ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) กับการคิดค้นระบบ AI สำหรับพยากรณ์การเคลื่อนที่ของฝูงชน ที่สามารถทำนายการเคลื่อนไหวและพื้นที่ซึ่งจะเกิดการรวมตัวล่วงหน้าได้มากแม่นยำถึง 76.1%
แนวคิดในการพัฒนาของพวกเขาคือ การเก็บข้อมูลเพียงจำนวนคนที่เข้าสู่พื้นที่ไม่เพียงพอรับมือสถานการณ์ เพราะมวลชนมีการเคลื่อนไหวและไหลไปตามสถานที่ตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการเก็บข้อมูลและประเมินทิศทางการเคลื่อนไหวประกอบ จึงจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ครบถ้วนรอบด้าน
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงนำแนวคิด Bi-modal learning มาใช้งาน เพื่อเก็บรวบรวมและประเมินทั้งจำนวนและทิศทางการเคลื่อนไหวของฝูงชนรอบข้างแบบเรียลไทม์ ตามด้วยเทคนิค 3D Contrastive Learning ที่จะเชื่อมโยงข้อมูลภายในพื้นที่เข้ากับเวลา เพื่อให้สามารถประเมินการเคลื่อนไหวออกมาในรูปแบบ 3 มิติ
ผลที่ได้คือ ระบบสามารถคาดการณ์สถานที่และเวลาที่น่าจะเกิดความแออัดของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ในการทดสอบโดยอาศัยการป้อนข้อมูลภายในพื้นที่จริง ทั้งจากรถไฟฟ้าใต้ดินในโซล แทกู และปูซานในเกาหลีใต้ และในระบบขนส่งสาธารณะในนิวยอร์ก พบว่าโมเดลสมารถคาดการณ์การเคลื่อนตัวของมวลชนได้แม่นยำถึง 76.1%
นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือชิ้นสำคัญที่อาจจะช่วยป้องกันเหตุโศกนาฎกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
แนวทางการใช้งาน ที่มากกว่าป้องกันการเหยียบกันตาย
สำหรับเกาหลีใต้เหตุการณ์ที่อีแทวอนสร้างความสูญเสียและสะเทือนใจแก่ผู้คนจำนวนมาก นอกจากความหละหลวมล่าช้าในการจัดการของภาครัฐ สาเหตุเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากความวุ่นวายจากการวิ่งหนีจนทำให้เหยียบกันตาย แต่เป็นความหนาแน่นของมวลชนที่มากเกินทำให้เกิดการบีบรัดจนหายใจไม่ออก และนำไปสู่การไหลตายเป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 159 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 196 ราย
แน่นอนนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เสียชีวิตครั้งใหญ่จากมวลชนเป็นครั้งแรก แต่เกาหลีใต้มีความกระตือรือร้นในการรับมือแก้ไขเหตุการณ์มาก ปัจจุบันเริ่มมีการนำ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงที่คนพลุกพล่าน โดยการใช้กล้องตรวจสอบจำนวนความหนาแน่นต่อตารางเมตรแบบเรียลไทม์ เมื่อมีอันตรายจะเริ่มมีการจัดการควบคุมจากเจ้าหน้าที่ ทั้งขึ้นป้ายไฟขนาดใหญ่ ประกาศเสียงตามสาย และส่ง SMS แจ้งเตือนให้ทุกคนรับรู้ทันท่วงที
แต่ระบบการพยากรณ์คนพลุกพล่านจะพัฒนาไปอีกระดับ เพราะจะช่วยให้สามารถคาดการณ์จำนวนคนและทิศทางเคลื่อนไหวของฝูงชนที่จะไปรวมตัวล่วงหน้า ซึ่งจะเปลี่ยนจากการแจ้งเตือนในช่วงที่คนเริ่มพลุกพล่าน ไปเป็นการจัดการก่อนเกิดความหนานแน่น ซึ่งจะช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำอีก
นั่นทำให้ระบบ AI ที่ทำการพัฒนานี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดการมวลชนในสถานที่แออัด โดยเฉพาะการรวมกลุ่มและกระจายตัวของฝูงชนที่สามารถป้องกันการรวมตัวและยืนออได้ล่วงหน้า ป้องกันการเกิดโศกนาฎกรรมแบบที่เคยเกิดอย่างเด็ดขาด ยกระดับความปลอดภัยสาธารณะขึ้นอย่างมาก
นอกจากใช้ในการจัดอีเว้นท์แล้วเทคโนโลยียังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งการจัดการควบคุมขนส่งมวลชนที่ขัดข้องจนเกิดความแออัด การก่อสร้างและการวางผังเมืองภายในเมืองใหญ่ ด้านสาธารณสุขสำหรับควบคุมโรคระบาด หรือแม้แต่การจัดการอพยพคนจำนวนมากออกจากพื้นที่ภัยพิบัติ
นั่นทำให้ AI ตัวนี้ไม่เพียงช่วยชีวิตแต่ยังอาจเป็นรากฐานสำคัญในการรับมือปัญหาสังคมและภัยธรรมชาติในอนาคต
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI สำหรับการรับมือมวลชน เพื่อป้องกันโศกนาฎกรรมที่อาจจะกลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญซ้ำรอย อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือความเอาใจใส่ของภาครัฐในการป้องกันสาธารณภัยอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้สามารถป้องกันเหตุร้ายและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอีกครั้ง
ที่มา
https://techxplore.com/news/2025-09-ai-crowd-disasters.html


