
WeTV เปิดแผนธุรกิจ 2026 ใช้ 3C เชื่อมไทย–จีน ดัน Soft Power สู่โลก
WeTV ไทยประกาศแผนปี 2026 ชูกลยุทธ์ 3C (Content-Connect-Co Create) เสริมแกร่งระบบนิเวศและประสบการณ์รับชม ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ 20% และยอดดาวน์โหลด 30%
WeTV ประเทศไทย ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ธุรกิจสำหรับปี 2026 (หรือ 2569) ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน (sustainable growth) โดยมุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์หลัก “3C”
ประกอบด้วย Content – Connect – Co Create แผนงานนี้มีเป้าหมายในการส่งมอบความบันเทิงคุณภาพสูง พัฒนาประสบการณ์การรับชมแบบครบวงจร และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ (ecosystem) ของ WeTV เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงระดับพรีเมียมของเอเชีย
การประกาศแผนธุรกิจนี้มีขึ้นในงาน “WeTV Always More 2026” พร้อมกับการเปิดตัว “ติง อวี่ซี” นักแสดงชื่อดังจากประเทศจีน ในฐานะโกลบอลแอมบาสเดอร์คนใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มในฐานะสะพานเชื่อมคอนเทนต์และผู้ชมระหว่างไทยและจีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สถานะผู้นำตลาดและการเติบโต (Context)
ก่อนก้าวเข้าสู่ปี 2026, WeTV ประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดสตรีมมิง โดยมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 55 ล้านครั้ง และติดอันดับ 1 ในกลุ่มบริการแบบมีโฆษณา (AVOD)
และอันดับ 2 สำหรับบริการสมัครสมาชิก (SVOD) WeTV มีอัตราการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินเพิ่มขึ้น 40% และรายได้จากสมาชิกเติบโตถึง 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ผู้ใช้งานยังใช้เวลาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มราว 100 นาทีต่อวัน ทำให้ WeTV ติดอันดับท็อป 2 แพลตฟอร์ม OTT ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านระยะเวลาการรับชมรายเดือนต่อผู้ใช้หนึ่งคน
พฤติกรรมของผู้รับชมยืนยันถึงความนิยมที่ต่อเนื่องทั้งในคอนเทนต์จีนและไทย โดย 50% ของยอดสมัคร WeTV VIP มาจากผู้ชมซีรีส์จีน (ยอดสมาชิก VIP เพิ่มขึ้น 54%) ขณะที่ 30% มาจากผู้ชมคอนเทนต์ไทย โดยเฉพาะซีรีส์แนว Boy’s Love (BL) และ Girl’s Love (GL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์ 3C: ขับเคลื่อนธุรกิจปี 2026
สำหรับปี 2026 WeTV ยังคงเร่งขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก
1. Content Excellence (ความเป็นเลิศด้านคอนเทนต์): กลยุทธ์แรกมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์ทั้งจากจีนและไทย
• คอนเทนต์จีนระดับโลก: WeTV จะเดินหน้าผลิตและคัดสรรคอนเทนต์ซีรีส์จีนระดับโลกมากกว่า 500 เรื่อง ครอบคลุมหลายประเภท เช่น C-Series, C-Miniseries, C-Anime, C-Variety และ C-Shorts
• คอนเทนต์ไทย: WeTV เตรียมต่อยอดความนิยมของ Boy’s Love Original Series อย่างน้อย 6 เรื่อง และ Girl’s Love Exclusive Content อย่างน้อย 8 เรื่อง โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้ WeTV เป็น “The Biggest Hub of Girl’s Love Content” ในประเทศไทย
• การขยายตลาด: เตรียมร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผ่านโมเดล Licensing และ Revenue Sharing เพื่อขยายตลาดคอนเทนต์คุณภาพสู่ตลาดโลก พร้อมคัดสรร Mass Content เช่น รายการวาไรตี้และละครซีรีส์ที่มีโทนเรื่องราวใกล้ชิดคนไทย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผู้ชม
2. Connect Through Experience (การเชื่อมโยงผ่านประสบการณ์): กลยุทธ์นี้เน้นการยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และสร้างความผูกพันกับแฟนคลับ
• ฟีเจอร์และกิจกรรม: ตั้งเป้ายกระดับการมีส่วนร่วมผ่านฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชัน และการจัดกิจกรรม O2O (Online to Offline)
• สร้างความใกล้ชิด: จัดกิจกรรมแฟนมีตติงกับศิลปินจีนในประเทศไทย ทริปพิเศษสำหรับแฟนคลับไปประเทศจีน รวมถึงกิจกรรมกับคอมมูนิตีแฟนคอนเทนต์ BL และ GL เพื่อสร้างความผูกพันและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
3. Co Create to Shared Success (ร่วมสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จร่วมกัน): กลยุทธ์นี้เน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อผลักดัน Soft Power ของไทย
• ผลักดัน Soft Power: WeTV มุ่งมั่นผลักดันคอนเทนต์ไทยในฐานะ Soft Power สู่เวทีโลก
• โครงการ Shorts x WeTV: เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อส่งเสริมครีเอเตอร์และพันธมิตรให้สร้างคอนเทนต์สั้นคุณภาพสูง ตอบโจทย์ผู้ชมยุคดิจิทัล พร้อมโอกาสในการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายระดับโลกของ WeTV ทั้งในจีนและต่างประเทศ
• บทบาทของ HEADLINER THAILAND: ศิลปินในสังกัด HEADLINER THAILAND จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจของ WeTV กับพันธมิตรด้านครีเอทีฟและเชิงพาณิชย์ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
เป้าหมายทางธุรกิจปี 2026
WeTV ตั้งเป้าหมายที่จะเสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงระดับพรีเมียมของเอเชียต่อไป ผ่านคอนเทนต์คุณภาพจากไทย, จีน, และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขสำหรับปี 2026
• เพิ่มรายได้รวม (Total Revenue) 20%
• ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเติบโต 30%
กลยุทธ์ "3C" นี้จึงเปรียบเสมือน เครือข่ายใยแก้วนำแสง ที่ WeTV ใช้เชื่อมโยงทรัพยากร (Content) เข้ากับผู้ใช้งาน (Connect) และพันธมิตรทางธุรกิจ (Co Create) เพื่อส่งเสริมให้คอนเทนต์จากทั้งไทยและจีนสามารถเดินทางและสร้างมูลค่าได้อย่างไร้รอยต่อในตลาดโลก







