
ควอนตัมมาแล้ว HPE เปิดตัว “Discovery” จุดเปลี่ยนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในยุค AI
HPE เปิดตัว “Discovery” ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ Exascale รุ่นใหม่ ผสานพลัง AI, HPC และ Quantum Computing เร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
KEY
POINTS
- HPE เปิดตัว “Discovery” ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ Exascale ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญโดยการรวมพลังของ AI, การประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และควอนตัมคอมพิวติ้งเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก
- ระบบนี้ทำงานร่วมกับคลัสเตอร์ AI ชื่อ “Lux” ซึ่งออกแบบมาเพื่องานด้านปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ เปรียบเสมือนสมองสองซีกที่ขับเคลื่อนยุคใหม่ของวิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
- “Discovery” ใช้สถาปัตยกรรมใหม่ที่ผสาน CPU และ GPU ของ AMD ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า เพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในหลากหลายสาขา เช่น การแพทย์และดาราศาสตร์
ก้าวต่อไปของมนุษยชาติในยุคซูเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะ
ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊กริดจ์ (Oak Ridge National Laboratory) ในสหรัฐอเมริกา พลังของการคำนวณที่เคยถูกจำกัดด้วยขีดความสามารถของเครื่องจักรกำลังจะถูกนิยามใหม่อีกครั้ง เมื่อ Hewlett Packard Enterprise (HPE) เปิดตัวโครงการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับ Exascale รุ่นใหม่ในชื่อ “Discovery” ระบบที่จะรวมพลังของ AI, การประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และ Quantum Computing เข้าด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคใหม่ของ AI + HPC + Quantum Computing
ระบบ Discovery ไม่ได้เป็นเพียง “เครื่องที่เร็วกว่าเดิม” แต่คือ ก้าวกระโดดของสถาปัตยกรรมการประมวลผล ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับยุคของข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง โดยจะสามารถคำนวณได้เร็วกว่าเครื่องรุ่นก่อนถึง 10 เท่า
ซึ่งหมายถึงการเร่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในระดับที่อาจช่วยไขความลับของเซลล์มะเร็ง คาดการณ์พฤติกรรมของอะตอมในปฏิกิริยานิวเคลียร์ ไปจนถึงการจำลองเส้นทางการบินในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์อื่น
เบื้องหลังพลังอันมหาศาลนี้คือเทคโนโลยี HPE Cray Supercomputing GX5000 สถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่หลอมรวมความสามารถของหน่วยประมวลผลกลาง AMD EPYC เข้ากับหน่วยประมวลผลกราฟิก AMD Instinct MI430X เพื่อสร้างการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว (Accelerated Compute) ที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด ตัวเครื่องใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เสถียรในขณะที่ลดการใช้พลังงานลง นวัตกรรมที่กลายเป็นหัวใจของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคใหม่ทั่วโลก
อีกองค์ประกอบสำคัญคือระบบจัดเก็บข้อมูล HPE Cray Supercomputing Storage Systems K3000 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี DAOS (Distributed Asynchronous Object Storage) แบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรับส่งข้อมูลต่อวินาที (IOPS) ได้มากถึง 300% จากระบบรุ่นก่อนหน้า การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดเป็นแบบ All-Flash Storage เพื่อให้ตอบสนองต่อการประมวลผลของโมเดล AI และการจำลองสถานการณ์ขนาดใหญ่ได้อย่างทันทีทันใด
"Lux" คลัสเตอร์ AI แห่งอนาคต
ในขณะที่ Discovery ทำหน้าที่เป็นสมองส่วนกลางของการค้นคว้าวิทยาศาสตร์ HPE ยังสร้างอีกระบบหนึ่งชื่อ “Lux” เพื่อรองรับการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ Lux ถูกออกแบบให้เป็นคลาวด์ AI ที่นักวิจัยทั่วสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้พร้อมกันผ่านระบบมัลติเทนแนนต์อย่างปลอดภัย ภายในใช้เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Compute XD685 ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว พร้อมชิปประมวลผล AMD Instinct MI355X และ AMD EPYC ทำให้สามารถรองรับทั้งขั้นตอนการฝึกสอน (training) และประมวลผลผลลัพธ์ (inference) ของโมเดล AI ได้อย่างลื่นไหล
จุดเปลี่ยนของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในยุค AI
ทั้งสองระบบนี้ Discovery และ Lux จะทำงานร่วมกันราวกับสมองสองซีกของมนุษย์ Discovery ทำหน้าที่คิดเชิงลึก วิเคราะห์ และจำลองจักรวาลของข้อมูล ส่วน Lux คือสมองที่เรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็วผ่านโมเดล AI ทั้งคู่จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปิดยุคใหม่ของ “AI-driven Science” ที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้แค่ช่วยประมวลผล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นพบ
นับตั้งแต่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray-1 เครื่องแรกถือกำเนิดในปี 1975 โลกได้เดินทางมาถึงจุดที่เครื่องจักรสามารถคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้ได้ในระดับที่เกือบเทียบเท่ามนุษย์
การมาถึงของ Discovery คือการสานต่อวิสัยทัศน์ที่ไม่ได้แค่สร้างคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก แต่สร้าง “เครื่องมือแห่งการค้นพบ” ที่จะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของมนุษย์ต่อธรรมชาติอย่างลึกซึ้งที่สุด
เทคโนโลยีหลักที่อยู่เบื้องหลัง Discovery
- HPE Cray Supercomputing GX5000
ใช้หน่วยประมวลผล AMD EPYC (โค้ดเนม “Venice”) และ GPU รุ่นใหม่ AMD Instinct MI430X
รองรับการประมวลผลเร่งความเร็ว (Accelerated Compute) สำหรับงาน AI และ Simulation
ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดพลังงานและเพิ่มความเสถียรของระบบในระดับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
- HPE Slingshot Networking
ระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่ให้แบนด์วิดท์สูงและความหน่วงต่ำ เหมาะกับงาน Machine Learning และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดมหาศาล
- HPE Cray Supercomputing Storage Systems K3000
ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ All-Flash Storage พร้อมซอฟต์แวร์ DAOS (Distributed Asynchronous Object Storage) แบบโอเพ่นซอร์ส
เพิ่ม IOPS ต่อแร็คได้สูงขึ้นถึง 300% จากรุ่น Frontier
เป็นระบบสำเร็จรูป (Factory-built) รุ่นแรกในอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาสำหรับ HPC โดยเฉพาะ







