
ส่องแอป ChatGPT ยอดดาวน์โหลดเริ่มแผ่ว-คนใช้ลด คาดถึงจุดอิ่มตัว
ChatGPT เริ่มแผ่ว บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Apptopia ชี้ ยอดดาวน์โหลด-คนใช้รายวันเริ่มคงที่ เชื่อถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
Apptopia บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแอปพลิเคชัน เผยรายงานล่าสุด ชี้ว่าการเติบโตของแอปมือถือ ChatGPT อาจ "แตะเพดาน" หรือถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
โดยพบสัญญาณชัดเจนว่าอัตราการเติบโตของผู้ใช้ใหม่ทั่วโลก (วัดจากเปอร์เซ็นต์ยอดดาวน์โหลดใหม่) เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
ขณะที่ตัวเลขผู้ใช้งานจริงรายวัน (DAU) ทั่วโลก ก็เริ่ม "ทรงตัว" มาราวๆหนึ่งเดือนแล้ว Apptopia ยังประเมินด้วยว่า ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ยอดดาวน์โหลดทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี ต้องย้ำว่าเป็นเพียงการวิเคราะห์ "อัตราการเติบโต" (Growth) ไม่ใช่ "ยอดดาวน์โหลดรวม" (Total Downloads)
ซึ่งในความเป็นจริง แอป ChatGPT ยังมียอดติดตั้งใหม่หลายล้านครั้งต่อวัน ถือว่ายังไปได้ดี
แต่การที่ "อัตราการเติบโต" เริ่มชะงัก ถือเป็นสัญญาณว่าภาพรวมเริ่มแผ่ว ซึ่งในกรณีของ ChatGPT อาจมีสาเหตุมาจากการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น และการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติของโมเดล AI
เจาะตลาดสหรัฐฯ คนใช้ ChatGPT น้อยลง
เมื่อเจาะลึกข้อมูลในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ พบตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม "เวลาเฉลี่ย" ที่ผู้ใช้ (DAU) ใช้ในแอป ลดลงถึง 22.5%
และ "จำนวนครั้งเฉลี่ย" ที่เปิดแอป (Sessions per DAU) ก็ลดลง 20.7% สะท้อนให้เห็นว่าคนอเมริกันใช้เวลากับ ChatGPT น้อยลง และเปิดแอปไม่บ่อยเท่าเดิม
อย่างไรก็ดี อัตราการเลิกใช้งาน (User churn) ในสหรัฐฯ ก็ลดลงและมีเสถียรภาพในช่วงเวลานี้ สะท้อนว่าแอปสามารถรักษาฐานผู้ใช้หลัก (Core users) ไว้ได้ และมีผู้ใช้ที่แค่แวะมาทดลองใช้งานชั่วครู่แล้วเลิกใช้ (Abandon) น้อยลง
ทั้งนี้ ทาง OpenAI ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องจุดอิ่มตัวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งการแข่งขันจากคู่ปรับรายสำคัญอย่าง Gemini ของ Google และการเปลี่ยนแปลงโมเดล AI ของ ChatGPT เอง
หลังจากการอัปเดตในเดือนเมษายน ซึ่งออกแบบมาเพื่อทำให้แชตบอตมีลักษณะ "ประจบประแจง" (Sycophantic) น้อยลง และต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว GPT-5 ในเดือนสิงหาคม ที่กล่าวกันว่ามีความเป็นส่วนตัวหรือเป็นกันเอง (Personable) น้อยลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม Apptopia ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวชี้วัดเวลาเฉลี่ยและจำนวนเซสชันเฉลี่ยต่อผู้ใช้ของ ChatGPT อยู่ในแนวโน้มขาลง
ก่อนที่คู่แข่งอย่าง Google Gemini จะพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการเปิดตัวโมเดลภาพ AI ใหม่ของ Google อย่าง Nano Banana
ดังนั้น แม้ว่าการเติบโตของ Gemini จะมีผลกระทบต่อ ChatGPT บ้าง แต่ก็ไม่สามารถอธิบายแนวโน้มขาลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าได้
Apptopia วิเคราะห์ต่อว่า หากมีเพียงตัวชี้วีด "เวลาที่ใช้ในแอป" ลดลง แต่ "จำนวนครั้งที่เปิด" ไม่ลด อาจหมายถึงผู้ใช้เก่งขึ้น
ค้นหาคำตอบ (Queries) จาก ChatGPT ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เนื่องจากตัวชี้วัดทั้งสองลดลงพร้อมกัน จึงไม่สามารถสรุปไปในกรณีดังกล่าวได้
แต่น่าจะเป็นไปได้ว่า "ช่วงของการทดลอง" หรือ "ช่วงเห่อของใหม่" ของ ChatGPT ได้สิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้ ChatGPT ได้กลายมาเป็น "เครื่องมือ" ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
คนส่วนใหญ่จะเปิดใช้เมื่อ "ต้องการใช้งานจริงๆ" หรือ "นึกขึ้นได้" เท่านั้น ไม่ได้เปิดใช้บ่อยๆ เหมือนช่วงที่ยังตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่
โจทย์ใหญ่ของ OpenAI ต่อจากนี้คือ บริษัทไม่สามารถพึ่งพา "กระแสความแปลกใหม่" (Novelty) เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องหันมาลงทุนด้านการตลาด
หรือปล่อยฟีเจอร์เด็ดๆ ออกมาเพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้กลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง เหมือนที่แอปพลิเคชันอื่นๆ เคยทำเมื่อยอดผู้ใช้งานเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว







