posttoday
ปี 2025 ยุคแห่ง 'Agentic AI' คนไทยควรรู้จักและใช้เป็นก่อนตกขบวน

ปี 2025 ยุคแห่ง 'Agentic AI' คนไทยควรรู้จักและใช้เป็นก่อนตกขบวน

09 ตุลาคม 2568

Agentic AI คือ แนวคิดสำคัญด้าน AI ที่กำลังอยู่ในเทรนด์ช่วงนี้ แต่ที่สำคัญกว่า คือความล้ำหน้าของมัน ที่ ‘คนไทย’ ควรจะรู้เท่าทัน และใช้ให้เป็นก่อนที่จะตกขบวน

KEY

POINTS

  • Agentic AI เป็น AI ยุคใหม่ที่ซับซ้อนกว่า Gen AI สามารถคิด วิเคราะห์ ตั้งเป้าหมาย เข้าถึงเครื่องมือ และทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้ด้วยตัวเอง
  • Agentic AI เริ่มเข้ามาทำงานแทนมนุษย์แล้วในหลายธุรกิจ เช่น ภาคการเงินที่ใช้ประเมินสินเชื่ออัตโนมัติ และคาดว่าจะเข้ามาช่วยทำงานของมนุษย์ได้ถึง 50% 
  • คนไทยส่วนใหญ่ยังใช้ AI ในระดับพื้นฐาน เช่น สรุปอีเมลหรือแปลภาษา และมีเพียงส่วนน้อยที่นำไปใช้ในเชิงธุรกิจอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นความน่ากังวลว่าจะทำให้ตามไม่ทันเทคโนโลยี

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัท AWS Thailand หรือ Amazon Web Services ได้ชวนถกและจี้จุดประเด็นน่าจับตาของ AI ในงาน Thailand Economic Outlook 2026 จัดโดย กรุงเทพธุรกิจ วันนี้ (9 ตุลาคม 2568)  นั่นคือ การเข้ามาของ Agentic AI

 

 

คุณวัตสันกล่าวว่า Agentic AI คือ ซอฟต์แวร์ที่มีความรู้สึก และมีความสามารถในการคิดและการทำ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะมาเป็นผู้ช่วยของมนุษย์

 

หากเทียบกับ Gen AI ในยุคก่อนหน้า Agentic AI เหนือกว่า ด้วยองค์ประกอบ ได้แก่

  • มีความทรงจำ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • มีความสามารถในการนำเป้าหมายไปใช้ และดูเป้าหมายว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
  • มีความสามารถเข้าถึงเครื่องมือ เพราะจะไม่คิดวิเคระาห์เฉยๆ แต่สามารถเข้าไปควบบคุมโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่อจากนั้นได้
  • มีความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ได้แทนมนุษย์

 

พูดง่ายๆ คือ มันมีความสามารถที่ซับซ้อนกว่า ตั้งเป้าหมายได้เอง  ตัดสินใจเลือกวิธีการทำงานเอง สามารถเรียกใช้เครื่องมือภายนอก (เช่น เขียนโค้ด ค้นเว็บ ส่งอีเมล หรือสั่งให้ API ทำงาน)  และปรับกลยุทธ์เองเมื่อเจออุปสรรค

 

ปี 2025 ยุคแห่ง 'Agentic AI' คนไทยควรรู้จักและใช้เป็นก่อนตกขบวน

 

 

“ก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นเคยการทำงานของ Gen AI (ยกตัวอย่างเช่น ChatGPT) แต่ในปี 2025 นี้คือยุคของ Agentic AI.. มีคำกล่าวว่ามนุษย์จะสร้างนวัตกรรมชิ้นสุดท้ายก็คือ AI และหลังจากนั้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนโลกนี้จะเกิดขึ้นจาก AI แทบทั้งสิ้น”

 

ตัวอย่างการนำไปใช้งานที่เกิดผลจริงแล้ว

 

คุณวัตสันได้กล่าวถึงการคาดการณ์ของผู้ช่วย AI ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำงาน โดยระบุว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า AI จะมาช่วยทำงานได้ราว 50% ของมนุษย์

 

“Agentic AI จะมีการทบทวนว่าต้องการอะไร และมีการวิเคราะห์เป็นประเด็นที่เจาะลึกมากยิ่งขึ้นและออกมาเป็นรายงานให้เห็น  หากมีการใส่ข้อมูลหรือองค์ประกอบมากขึ้น ข้อมูลจะแม่นยำมากขึ้น”

 

โดยคุณวัตสัน ได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงการนำไปใช้ในภาคการเงินการธนาคาร ซึ่งได้มีการนำไปใช้แล้ว เช่น การประเมินของสินเชื่อรถยนต์ ตามปกติจะมีการส่งเอกสาร และวิเคราะห์ความสามารถรายได้และการจ่าย แต่มีบางหน่วยงานมีการพัฒนาทำ Auto-loan ซึ่งได้สร้างตัว Agentic AI ขึ้นมา 4 ตัว ใช้แทนพนักงานใน 4 ตำแหน่งงานที่ครอบคลุม โดยทั้ง 4 Agentic AI สามารถนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์และประเมินร่วมกัน โดยทุกตัวสามารถทำงานด้วยตัวเอง

 

“สิ่งนี้ทำให้เห็นว่า ด้วยกระบวนการดังกล่าวเราใช้ทรัพยากรแค่คนเดียว คือคนที่จะมาอนุมัติในกระบวนการท้ายที่สุด หรืออาจจะไม่ต้องใช้คนเลยก็ได้”

 

สำหรับธุรกิจที่อยากจะเริ่มต้นนำ Agentic AI มาใช้ จุดเริ่มต้นคือ ต้องรู้ปัญหาว่าจะนำ AI ไปใช้อะไร เพื่อเป็นโจทย์ของการใช้งาน นอกจากนี้ข้อมูลก็เป็นส่วนสำคัญมาก เพราะปราศจากข้อมูล การประมวลผลของ AI จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้

 

“ จะแนะนำว่าอย่าคิดใหญ่ การทำจะยาก คิดให้พอดีและทำทันที และพร้อมที่จะผิดพลาดและเดินหน้าต่อไป .. ทุกวันนี้มีหลายธุรกิจนำ Agentic AI ไปใช้แล้วเยอะมาก และมั่นใจว่าทุกแผนกสามารถนำไปใช้ได้แน่นอน และที่สำคัญคือมันสามารถทำงานลงลึกไปในรายละเอียดของฝ่ายต่างๆ ได้ด้วย

 

สิ่งที่จะต้องเรียนรู้สำหรับมนุษย์ในปัจจุบันและอนาคตก็คือ การตั้งคำถามที่ดี ความคิดสร้างสรรค์ที่จะเรียนรู้ และการรู้เท่าทันดิจิทัล”

 

ปี 2025 ยุคแห่ง 'Agentic AI' คนไทยควรรู้จักและใช้เป็นก่อนตกขบวน

 

เผยคนไทยยังใช้งาน AI ในระดับพื้นฐาน ไม่ได้ใช้พลังของ AI อย่างที่ควรจะเป็น

 

ปัจจุบันมีธุรกิจกว่า 150,000 รายใช้ AI ในทุก ๆ 3 นาที และเพิ่มขึ้นจาก 24% เป็น 32% จากปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้

 

“แต่ความน่ากังวลคือ การนำไปใช้ไปใช้ในระดับพื้นฐาน เช่น การสรุปอีเมลล์ การสร้างรูปภาพ หรือการแปลภาษา มีแค่เพียง 18% ที่นำไปใช้ในลักษณะของธุรกิจขององค์กร หรือการไปฝังในระบบของบริษัทจริงๆ ซึ่งสร้างผลประโยชน์ต่อธุรกิจได้ และมีเพียงแค่ 10% ที่มีการนำไปใช้สร้างธุรกิจใหม่ๆ เท่านั้น” คุณวัตสันระบุ

 

ปัญหาที่ประเทศไทยยังติดกับดักของการพัฒนา AI ในระดับบุคคลนั้นส่วนใหญ่เกิดจากขีดความสามารถของคน โดยพบว่าคนไทยราว 47% ไม่สามารถนำ AI ไปใช้งานได้ และ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ได้รับการอบรบเรื่องดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทาง Amazon ได้นำ Agentic AI ไปพัฒนาแอปพลิเคชันได้กว่า 10,000 แอปพลิเคชัน และลดระยะเวลาจากเดิมหากใช้คนลงไปได้กว่า  4,500 ปี

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท