
AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ เทคโนโลยี เป็นคู่คิดใหม่ของผู้ประกอบการ
Exclusive : โลกธุรกิจเข้าสู่ยุค AI ที่ไม่มีใครหนีพ้น ชิเกรุ เซกินาดะ แห่ง Kearney ชี้ไทยก้าวหน้าเร็วเหนือคาด ผสาน Kaizen สู่โมเดลธุรกิจใหม่ ฝ่าดอกเบี้ยลด–ภาษีทรัมป์
KEY
POINTS
- AI ได้เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือทางเทคโนโลยีมาเป็น "คู่คิดเชิงกลยุทธ์" ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าใหม่ทางธุรกิจ
- การปรับใช้ AI ในองค์กรแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนสำคัญ คือการใช้เพื่อลดต้นทุน (Efficiency) และการต่อยอดเพื่อสร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ (Innovation)
- ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวรับความท้าทายเศรษฐกิจโลก เช่น นโยบายภาษี โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนและสร้างความแตกต่างให้สินค้า
- ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับวิสัยทัศน์ของผู้นำที่ใช้ AI เพื่อ "คิดร่วมกับคน" สร้างนวัตกรรม
โลกธุรกิจในยุคเปลี่ยนผ่าน - จากดิจิทัลสู่ AI Driven
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุค “AI Economy” อย่างเต็มรูปแบบ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกำลังท้าทายทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่ปรับลดลงหลังภาวะเงินเฟ้อคลายตัว ไปจนถึงนโยบาย “ภาษีทรัมป์” ที่สหรัฐฯ เตรียมเรียกเก็บสินค้านำเข้าจากต่างประเทศในอัตรา 19% - ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการไทย
ในบริบทนี้ “AI” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือวางยุทธศาสตร์ใหม่ในการเอาชีวิตรอดในโลกธุรกิจ
ชิเกรุ เซกินาดะ ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่น บริษัท Kearney บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก เปิดเผยกับ PostToday ว่า
“AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในทุกระดับ ตั้งแต่ประสิทธิภาพ (Efficiency) ไปจนถึงการสร้างคุณค่าใหม่ (Value Creation) ผู้ประกอบการที่เข้าใจและลงมือเร็วจะเป็นผู้ชนะในรอบใหม่นี้”
สำหรับประเทศไทย เซกินาดะมองว่าไทยก้าวหน้าในด้าน Digital Transformation รวดเร็วกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในภาคธนาคาร ค้าปลีก และโทรคมนาคม “บางบริษัทในไทยมีการใช้ AI ในระดับที่เหนือกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ขึ้นกับ “วิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กร”
AI Transformation — จากประสิทธิภาพสู่การสร้างคุณค่าใหม่
Kearney ชี้ว่าองค์กรในยุค AI ต้องผ่าน 2 ขั้นตอนหลัก คือ
Efficiency Phase — ใช้ AI ลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำ เช่น ลดงานซ้ำซ้อนในระบบการเงินหรือการผลิต
Productivity & Innovation Phase — ใช้ AI เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
“หลายบริษัทเริ่มจากการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องการเห็นผลลัพธ์ระยะยาว ต้องเปลี่ยนทั้งกระบวนการคิดและโครงสร้างธุรกิจ” เซกินาดะระบุ พร้อมยกตัวอย่างแบรนด์อย่าง SHEIN ที่ใช้ AI เชื่อมต่อกับพฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ และสามารถแซงยักษ์ใหญ่แฟชั่นโลกอย่าง ZARA ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ในขณะที่โมเดลแบบ “Kaizen” ของญี่ปุ่น ซึ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการทำลายกำแพงไซโลในองค์กร ยังคงเป็นแนวคิดที่ Kearney นำมาปรับใช้กับยุค AI — ผสมผสานความละเอียดรอบคอบแบบญี่ปุ่น เข้ากับความเร็วของเทคโนโลยี เพื่อสร้าง “องค์กรที่เรียนรู้และปรับตัวได้ตลอดเวลา”
เซกินาดะอธิบายว่า
“องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ ต้องไม่เพียงใช้ AI เพื่อทำงานแทนคน แต่ต้องใช้ AI เพื่อ ‘คิดร่วมกับคน’ ให้เกิดนวัตกรรมที่แท้จริง”
ไทยในสมรภูมิโลกใหม่ — ดอกเบี้ย, ภาษี, และฐานการผลิตญี่ปุ่น
เมื่อ FED เริ่มปรับลดดอกเบี้ย นักลงทุนทั่วโลกกำลังกลับมาหาจุดสมดุลระหว่าง “ผลตอบแทน” กับ “ความเสี่ยง” แต่แรงกดดันใหม่อย่าง “ภาษีทรัมป์ 19%” ต่อสินค้านำเข้าจากเอเชีย กลับกลายเป็นความท้าทายใหม่สำหรับผู้ส่งออกไทย
เซกินาดะมองว่า การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยควรมุ่งไปในสองทิศทาง
Cost Leadership: ใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความคล่องตัวในซัพพลายเชน
Value Differentiation: สร้างความแตกต่างด้วยคุณค่า เช่น การออกแบบ การบริการ และนวัตกรรมสินค้า
เขายกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นที่ปรับตัวได้อย่างน่าสนใจ — โตโยต้าและนิสสันไม่ได้เพียงย้ายฐานการผลิตมายังประเทศที่มีต้นทุนต่ำ แต่ยังส่งคนมาฝังวัฒนธรรมการทำงานแบบ Kaizen ในองค์กรทั่วโลก เพื่อสร้าง “คุณภาพแบบญี่ปุ่น” ที่ไม่สามารถลอกเลียนได้
ในแง่การลงทุน เซกินาดะย้ำว่า ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตหลักของญี่ปุ่นในอาเซียน เพราะมีความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ ระบบโลจิสติกส์พร้อม และนโยบายรัฐที่ต่อเนื่อง
“สิ่งที่ไทยควรพัฒนาเพิ่มเติมคือการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (IP Protection) อย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนระยะยาว” เขากล่าว







