
ถูกกว่า ChatGPT 300 เท่า! DeepSeek เผย ต้นทุนสร้าง AI แค่ 10 ล้านบาท
ถูกกว่า ChatGPT 300 เท่า! DeepSeek เปิดตัวเลขต้นทุนสร้าง AI แค่ 10 ล้านบาท ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ใช้งบสูงกว่า 3,200 ล้านบาท
DeepSeek บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาวรุ่งจากจีน ออกมาเปิดเผยตัวเลขต้นทุนการฝึกฝนโมเดล AI ตัวเก่งอย่าง R1 ว่าใช้เงินไปเพียง 294,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 10 ล้านบาท เท่านั้น
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Nature จนสร้างความฮือฮาเพราะเป็นต้นทุนที่ต่ำกว่าบริษัทคู่แข่งฝั่งสหรัฐฯ ที่เคยเปิดเผยตัวเลขหลายร้อยเท่า
ทั้งยังเป็นการปลุกประเด็นสงครามเทคโนโลยี AI ระหว่างสองมหาอำนาจให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ตามรายงานจาก Reuters การเปิดเผยตัวเลขครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ DeepSeek สร้างแรงสั่นสะเทือน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม การเปิดตัว AI ต้นทุนต่ำของบริษัทเคยทำให้นักลงทุนทั่วโลกพากันเทขายหุ้นเทคโนโลยีมาแล้วรอบหนึ่ง ด้วยความกังวลว่าจะกระทบต่อสถานะผู้นำตลาดอย่าง Nvidia
บทความในวารสาร Nature ระบุรายละเอียดว่า การฝึกฝนโมเดล Deepseek R1 ที่เน้นความสามารถด้านการใช้เหตุผลนั้น ใช้ชิปประมวลผล Nvidia H800 จำนวน 512 ตัว และฝึกฝนเป็นเวลารวม 80 ชั่วโมง
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เมื่อปี 2023 แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI เคยกล่าวว่าต้นทุนการฝึกฝนโมเดลพื้นฐานของ ChatGPT นั้น มูลค่าสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท
แม้จะไม่เคยระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของต้นทุนมหาศาลระหว่างสองค่ายยักษ์ใหญ่จากสองขั้วอำนาจ
ที่ผ่านมา ความโปร่งใสของ DeepSeek ถูกตั้งคำถามมาตลอด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องชิปประมวลผล ซึ่งชิป H800 ที่บริษัทอ้างถึงนั้น เป็นรุ่นที่ Nvidia ผลิตให้ตลาดจีนโดยเฉพาะ
หลังรัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งแบนการส่งออกชิปรุ่นท็อปอย่าง H100 และ A100 ไปยังแผ่นดินใหญ่
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Reuters ว่า DeepSeek มีชิป H100 รุ่นต้องห้ามไว้ในครอบครองจำนวนมาก
แต่ Nvidia ก็ออกมาปฏิเสธในขณะนั้นว่าบริษัทใช้เพียงชิป H800 ที่ได้มาอย่างถูกกฎหมาย
ล่าสุด ในเอกสารประกอบบทความของ Nature ทาง DeepSeek ได้ยอมรับเป็นครั้งแรกว่าบริษัทมีชิป A100 อยู่จริง
โดยอธิบายว่าได้นำมาใช้ในขั้นตอนเตรียมการทดลองกับโมเดลขนาดเล็ก ก่อนที่จะใช้ชิป H800 ในการฝึกฝนโมเดล R1 ตัวเต็มในภายหลัง
ซึ่งการมีคลัสเตอร์ชิป A100 นี้เองที่เคยถูกมองว่าเป็นแม่เหล็กดึงดูดบุคลากรหัวกะทิจากทั่วประเทศจีนให้มาร่วมงานกับบริษัท
ตอบข้อกล่าวหา 'ลอกการบ้าน' OpenAI?
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาคือ ข้อกล่าวหาจากฝั่งสหรัฐฯ ว่า DeepSeek ใช้วิธี "Model Distillation" หรือลอกการบ้านจากโมเดลของ OpenAI
เพื่อมาสร้างเป็นโมเดลของตัวเอง เปรียบเสมือนการให้ AI ระบบหนึ่งเรียนรู้ทางลัดจาก AI อีกระบบ เพื่อประหยัดต้นทุนและเวลาในการพัฒนามหาศาล
ในเรื่องนี้ DeepSeek ได้ชี้แจงผ่านบทความว่า ข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนโมเดลของบริษัทมาจากการรวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์
ซึ่งมีคำตอบที่สร้างโดยโมเดลของ OpenAI ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้โมเดลของ Deepseek ได้เรียนรู้จากโมเดลอื่น "ทางอ้อม"
อย่างไรก็ตาม บริษัทเน้นย้ำว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น "โดยบังเอิญ" ไม่ใช่ "ความตั้งใจ"
จนถึงขณะนี้ ทาง OpenAI ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องดังกล่าว







