posttoday
จับตาคำตัดสินคดี Disney - Midjourney ขีดเส้นอนาคตลิขสิทธิ์ยุค AI

จับตาคำตัดสินคดี Disney - Midjourney ขีดเส้นอนาคตลิขสิทธิ์ยุค AI

20 มิถุนายน 2568

เป็นงง! ค่ายหนังยักษ์ใหญ่พยายามควบคุมเทคโนโลยีที่ตัวเองก็ยังใช้ในการผลิต ชวนจับตาคำตัดสินคดี Disney - Midjourney ขีดเส้นอนาคตลิขสิทธิ์ยุค AI ชี้ชะตาวงการบันเทิง

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นร้อนเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) กับกฎหมายลิขสิทธิ์กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังการฟ้องร้องครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมบันเทิงในอนาคต

 

คู่กรณีก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง The Walt Disney Co. และ Comcast ที่จับมือกันยื่นฟ้อง Midjourney สตาร์ทอัพผู้พัฒนา AI สร้างภาพชื่อดัง ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของพวกเขาอย่างโจ่งแจ้ง

 

คดีนี้จึงกลายเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะคำตัดสินอาจส่งผลกระทบมหาศาล ทั้งต่อวงการ AI และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมกับสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่า ขอบเขตการใช้ AI ควรอยู่ตรงไหน และกฎหมายลิขสิทธิ์จะคุ้มครองผลงานในยุคนี้ได้อย่างไร

 

จับตาคำตัดสินคดี Disney - Midjourney ขีดเส้นอนาคตลิขสิทธิ์ยุค AI

 

Midjourney ทำอะไรได้บ้าง?

 

Midjourney คือโปรแกรม AI สร้างภาพที่ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Discord และเว็บไซต์ โดยผู้ใช้สามารถป้อนข้อความหรือที่เรียกกันว่า "พรอมต์" (prompt) เพื่อให้ AI สร้างสรรค์ภาพได้ตามจินตนาการ

 

แต่จุดที่เป็นประเด็นก็คือ ภาพที่ AI สร้างขึ้นมานั้น มักจะมีตัวละครดังที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ปรากฏอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น มิกกี้เมาส์, ตัวละครจาก Marvel, The Simpsons, Star Wars ของ Disney ไปจนถึงตัวการ์ตูนขวัญใจมหาชนของ Comcast อย่าง Minions และ Shrek

 

ในคำฟ้องระบุว่า Midjourney ได้ใช้ ชุดข้อมูลภาพมหาศาลจากอินเทอร์เน็ตมาฝึกฝน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญคือ Midjourney ยังเมินเฉยต่อคำร้องขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว

 

เรื่องนี้จึงนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหายที่อาจสูงถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5 ล้านบาท) ต่อการละเมิดหนึ่งครั้ง

 

อนาคตของ Midjourney ดูจะมืดแปดด้าน เมื่อมีข้อมูลเปิดโปงว่าภาพจาก AI ที่อ้างว่าเป็นผลงานของผู้ใช้

 

แท้จริงแล้วกลับลอกเลียนแบบมาจากผลงานต้นฉบับ เมื่อนำภาพจาก AI มาเทียบกับภาพต้นฉบับแบบช็อตต่อช็อต ก็พบว่ามันเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก

 

ความเหมือนในระดับนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ว่า AI ได้ใช้ แหล่งข้อมูลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ในการสร้างผลงานขึ้นมา

 

สิ่งที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนและน่าจับตายิ่งขึ้นไปอีก คือจังหวะเวลาที่วงการบันเทิงเองก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ

 

เพราะผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Disney และ Comcast ต่างก็กำลังทดลองใช้ Generative AI เช่นกัน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านจริยธรรม ทั้งในประเด็นแรงงานและลิขสิทธิ์ที่ยังคลุมเครือ

 

จับตาคำตัดสินคดี Disney - Midjourney ขีดเส้นอนาคตลิขสิทธิ์ยุค AI

 

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Disney เองก็เคยว่าจ้าง Method Studios ให้ใช้เทคโนโลยี AI สร้างไตเติลเปิดของซีรีส์ Marvel เรื่อง Secret Invasion (2023) มาแล้ว โดย Disney ได้ชี้แจงกับ Hollywood Reporter ว่า

 

“AI เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ศิลปินใช้ ไม่มีศิลปินคนไหนถูกแทนที่ แต่ AI เข้ามาช่วยเสริมทีมสร้างสรรค์ของเราต่างหาก”

 

การทำความเข้าใจ Generative AI จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะประเด็นนี้กำลังละเอียดอ่อนและมักถูกตีความไปต่างๆ นานา

 

ที่น่าสนใจคือ ตัวคดีความไม่ได้โจมตีที่ตัวเทคโนโลยี AI โดยตรง อาจเพราะสตูดิโอหลายแห่งก็เริ่มนำ AI มาใช้ในงานเตรียมการผลิต (Pre-production) และเทคนิคพิเศษต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งในอดีตล้วนเป็นงานที่ต้องพึ่งพาศิลปินและบริษัทวิชวลเอฟเฟกต์

 

Horacio Gutierrez หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ Disney ยืนยันว่า บริษัท "ตื่นเต้นกับศักยภาพของ AI และเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำมาใช้อย่างรับผิดชอบเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ได้"

 

การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้จึงดูเหมือนจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่านั้น ดังที่ Chad Hummel ผู้บริหารจากสำนักงานกฎหมาย McKool Smith ให้ความเห็นกับ Washington Post ว่า

 

"นี่ไม่ใช่การที่ฮอลลีวูดพยายามจะแบน Generative AI... แต่มันคือเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลต่างหาก"

 

ดูเหมือนว่า Midjourney จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในการแก้ต่างข้อกล่าวหานี้ เพราะมีรายงานหลายฉบับระบุตรงกันว่า CEO ของ Midjourney เคยยอมรับกับ Forbes เมื่อปี 2022 ว่า

 

บริษัทสร้างชุดข้อมูลด้วยการ "รวบรวมภาพจำนวนมหาศาลจากอินเทอร์เน็ต" โดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของผลงานเลย

 

เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า "มันไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภาพกว่าร้อยล้านภาพนั้นมาจากไหน" ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ของ Midjourney ดูน่าเป็นห่วงเข้าไปอีก

 

แม้จะฟังดูน่าตกใจ แต่นี่คือความจริงที่สะท้อนภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม Generative AI เพราะแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ก็ยังออกมายอมรับว่า “เป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝึกฝนโมเดล AI ชั้นนำในปัจจุบันโดยไม่ใช้เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์”

 

คำกล่าวหาของ Disney และ Comcast ที่ประณามว่า AI ของ Midjourney คือ “ขุมทรัพย์จากการลอกเลียนผลงาน” จึงอาจกลายเป็นเรื่องตลกร้ายในไม่ช้า เหมือนการขว้างงูไม่พ้นคอ

 

เพราะในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยี AI ที่พวกเขาต้องพึ่งพาในงานเขียนบทและเทคนิคพิเศษ ก็อาจต้องดึงข้อมูลมาจาก “ขุมทรัพย์จากการลอกเลียนผลงาน” แบบเดียวกันที่พวกเขาเคยชี้หน้าด่าทอนั่นเอง

 

ที่มา: Bloomberg

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท