
AI คิดและจำลองการเคลื่อนไหวผู้ประสบภัย ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
AI จำลองพฤติกรรมผู้สูญหายจากสกอตแลนด์ ช่วยตีกรอบพื้นที่ค้นหา เพิ่มโอกาสรอด ลดภาระเจ้าหน้าที่กู้ภัย และต่อยอดใช้ได้หลากหลายพื้นที่
ในขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือและกู้ภัย หนึ่งในปัญหาโลกแตกสำหรับนักกู้ภัยคือ การระบุตำแหน่งผู้ประสบภัย เมื่อได้รับแจ้งหรือขอความช่วยเหลือจำเป็นต้องทราบตำแหน่งแน่ชัดก่อนจึงจะทำได้ แต่หลายครั้งความช่วยเหลือก็ไปถึงช้าเกิน โดยเฉพาะในพื้นที่ธรรมชาติในเขตห่างไกลต่างๆ
นี่เป็นเหตุผลในการคิดค้น AI รุ่นใหม่สำหรับหาตัวผู้ประสบภัยโดยเฉพาะ
AI สำหรับการค้นหาผู้ประสบภัยในภูเขา
ผลงานนี้เป็นของนักวิจัยจาก James Watt School of Engineering แห่ง University of Glasgow ของสกอตแลนด์ กับการพัฒนาโมเดล AI เพื่อใช้ในการตามหาผู้ประสบภัยหรือผู้มีแนวโน้มสูญหายภายในป่า อาศัยความเป็นไปได้ในการประเมินตำแหน่งที่พวกเขาน่าจะอยู่
เดิมทีการหาผู้ประสบภัยในพื้นที่กว้างตามธรรมชาติ เช่น ป่าหรือภูเขาเป็นเรื่องลำบาก จากพื้นที่กว้างขวางกินบริเวณสุดลูกหูลูกตาแถมไม่มีเอกลักษณ์โดดเด่นระบุตำแหน่งได้ยาก ทำได้เพียงการปูพรมค้นหาวงกว้างซึ่งอันตรายและไม่ตรงจุด แม้มีโดรนค้นหามาสนับสนุนก็ช่วยได้ไม่มาก
ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยจึงป้อนข้อมูลในอดีตของผู้ประสบภัยและผู้หลงทางย้อนหลังจำนวนมหาศาลสู่ระบบ นำข้อมูลนี้มาเป็นฐานในการแสดงเส้นทางและการเดิน จากนั้นจำลองโมเดลบุคคลขึ้นมาแล้วเริ่มสั่งให้ตัวแทนนั้นเคลื่อนไหวโดยกำหนดเป้าหมายไว้หลายรูปแบบ เพื่อตรวจสอบว่าโมเดลจะพาตัวเองไปอยู่ตำแหน่งใดบนแผนที่
ตัวแทนที่ถูกกำหนดให้เคลื่อนไหวจะถูกสร้างขึ้นมาหลายตัวโดยมองหาจุดหมายต่างกัน เช่น ถนน ทางน้ำ อาคาร หรือป้าย พร้อมคาดการณ์ความเป็นไปได้ทางการเคลื่อนไหวที่ผู้ประสบภัยน่าจะอยู่และตำแหน่งที่มีความเป็นไปได้สูงสุด ช่วยตีกรอบพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติการค้นหาในแต่ละครั้ง เพิ่มโอกาสเข้าถึงและรอดชีวิตของผู้ประสบภัยให้สูงขึ้น
นี่จึงถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยลดการเกิดผู้สูญหายไปในพื้นที่ตามธรรมชาติ
การใช้งานไม่ได้จำกัดแค่ในป่าและภูเขา
สำหรับผู้ประสบภัยไม่มีอะไรสำคัญกว่าการได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที ตามปกติโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบภัยจะอยู่ที่ 24 ชั่วโมงแรก ความเร็วจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการค้นหา การมีตัวช่วยในการระบุและประเมินพื้นที่ที่ผู้ประสบภัยน่าจะอยู่ จึงช่วยเพิ่มโอกาสรอดและความปลอดภัยอย่างมีนัยยะสำคัญ
ทีมกู้ภัยเองก็ไม่ต้องกลับไปใช้วิธีปูพรมค้นหาแบบเดิม ช่วยประหยัดเวลา แรง ลดภาระการทำงานของพวกเขาลงมาก อีกทั้งยังช่วยลดเความเสี่ยงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่อาจได้รับบาดเจ็บระหว่างการลงสำรวจพื้นที่อันตรายหรือสภาพอากาศเลวร้าย
จริงอยู่ตัวโมเดลได้รับการออกแบบและทดสอบการใช้งานในพื้นที่ Isle of Arran เกาะแห่งหนึ่งในสกอตแลนด์ จึงได้รับการออกแบบให้ใช้งานและมีประสิทธิภาพสำหรับค้นหาในพื้นที่ป่าและภูเขาเป็นหลัก แม้จะสามารถคาดการณ์พื้นที่เคลื่อนไหวได้แม่นยำแต่อาจไม่เหมาะไปใช้งานกับพื้นที่อื่น
แต่หากโมเดลนี้ได้รับการนำไปปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ ป้อนข้อมูลการสูญหาย พบตัว และช่วยเหลือของผู้ประสบภัยแต่ละท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมให้เพียงพอ ทางผู้พัฒนาก็ยืนยันว่าสามารถนำไปใช้ในพื้นที่อื่น เช่น ทะเลทราย, เขตหิมะ, เกาะร้าง หรือเมืองที่ประสบภัยพิบัติ ได้เช่นกัน
เมื่อโมเดลได้รับการพัฒนาและใช้งานต่อเนื่องก็จะยิ่งสามารถระบุตำแหน่งของผู้ประสบภัยได้แม่นยำ นอกจากนี้โมเดลยังสามารถต่อยอดเพิ่มเติม เช่น การประเมินสถานะและอายุของผู้ประสบภัย หรือนำไปติดตั้งร่วมกับเซ็นเซอร์หรือโดรนอัจฉริยะเพิ่มเติม ก็อาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้ภัยอย่างก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตามโมเดล AI ค้นหาผู้ประสบภัยนี้แม้จะมีแนวคิดน่าสนใจแต่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา จำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งอีกมากในการนำไปใช้งาน อีกทั้งยังอาจเกิดข้อจำกัดในแต่ละพื้นที่ กรณีไม่มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบระเบียบให้ดีพอ AI ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คงต้องรอดูกันต่อไปว่าโมเดลนี้จะได้รับการผลักดันให้ใช้งานจริงแค่ไหน
.
ที่มา
https://interestingengineering.com/innovation/ai-model-predicts-lost-person-location







