
Meta เตรียมปล่อย AI สร้างโฆษณาครบวงจร หวังให้ธุรกิจเล็กได้เฮลั่น
Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram เตรียมเปิดตัวเครื่องมือ AI สุดล้ำ ให้แบรนด์ต่างๆสร้างโฆษณาเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้มีงบจำกัด ลดบทบาทเอเจนซี่ พลิกโฉมการตลาดดิจิทัล
สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook และ Instagram เตรียมพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมโฆษณาครั้งสำคัญ
ด้วยการเปิดให้ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างและกำหนดกลุ่มเป้าหมายแคมเปญได้อย่างครบวงจรผ่านเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในสิ้นปีหน้า
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการการตลาดแบบดั้งเดิม แต่ยังเป็นการปูทางให้ธุรกิจขนาดเล็กก้าวขึ้นมาแข่งขันในสมรภูมิโฆษณาออนไลน์ได้อย่างทัดเทียม
"AI คือจุดเปลี่ยนของวงการโฆษณา" Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Meta กล่าวถึงการพัฒนาครั้งนี้
โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าถึงงบประมาณการตลาดของแบรนด์โดยตรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทเอเจนซี่โฆษณาและสื่อที่เคยเป็นผู้จัดการแคมเปญและงบประมาณให้กับลูกค้า
AI สร้างโฆษณาได้ทั้งชิ้น ไม่ต้องง้อเอเจนซี่อีกต่อไป
เครื่องมือ AI ที่กำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งมีรายงานจาก Wall Street Journal ว่า แบรนด์ต่างๆ จะสามารถสร้างสรรค์โฆษณาได้ง่ายๆ เพียงแค่มีรูปภาพสินค้าและงบประมาณที่ต้องการใช้
จากนั้น AI จะเข้ามาจัดการส่วนที่เหลือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพ วิดีโอ หรือข้อความ รวมถึงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้
ตัวอย่างเช่น หากเป็นบริษัทท่องเที่ยว AI ก็จะสามารถนำเสนอดีลที่เกี่ยวข้องกับจุดหมายปลายทางที่ผู้ใช้น่าจะสนใจได้อย่างเฉพาะเจาะจง
ปัจจุบัน Meta มีเครื่องมือ AI บางส่วนที่ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถปรับแต่งโฆษณาที่มีอยู่ได้ แต่เครื่องมือใหม่นี้จะก้าวไปไกลกว่านั้นมาก
เพราะจะเข้ามาลดบทบาทของการสร้างสรรค์โฆษณา การวางแผน และการซื้อสื่อ ซึ่งเดิมเป็นหน้าที่หลักของเอเจนซี่
นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีงบประมาณจำกัดที่ไม่สามารถใช้บริการบริษัทการตลาด ได้มีโอกาสเข้าถึงการทำโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ
หุ้นเอเจนซี่ร่วงหนัก สะท้อนความกังวลในอุตสาหกรรม
ทันทีที่ข่าวการเปิดตัว AI ของ Meta แพร่สะพัดเมื่อวันจันทร์ จากเดิมที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากการโฆษณาของบริษัทที่ทำได้สูงถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีให้พุ่งทะยานขึ้นอีกอย่างมหาศาล
กลับส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นของบริษัทการตลาดรายใหญ่ที่สุดในโลกหลายแห่งอย่างรวดเร็ว
หุ้นของ WPP ร่วงลง 3% ในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Publicis Groupe และ Havas ก็ปรับลดลง 3.9% และ 3% ตามลำดับ
สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของตลาดต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
Zuckerberg เองก็มุ่งมั่นอย่างมากในการผลักดันการโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเขามองว่านี่คือ "การนิยามใหม่ของหมวดหมู่การโฆษณา"
นอกจากนี้ Meta ยังได้ปรับประมาณการการใช้จ่ายสำหรับปีหน้า โดยวางแผนลงทุนระหว่าง 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วย
AI ไม่ได้มาเพื่อฆ่าเอเจนซี่ แต่มาช่วย "ปรับสมดุล"
แม้จะดูเหมือนเป็นภัยคุกคาม แต่ Meta ยืนยันว่าการยกระดับขีดความสามารถ AI สำหรับแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะกำจัดเอเจนซี่ดั้งเดิมให้หมดไป
"เราเชื่อในอนาคตของเอเจนซี่" Alex Schultz ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและรองประธานฝ่ายวิเคราะห์ของ Meta กล่าวในโพสต์ LinkedIn ล่าสุด
"เราเชื่อว่า AI จะช่วยให้เอเจนซี่และผู้ลงโฆษณาสามารถทุ่มเทเวลาและทรัพยากรที่มีค่าไปกับการสร้างสรรค์สิ่งสำคัญได้ แม้ว่าในท้ายที่สุดเราจะเห็นการทำงานอัตโนมัติในการตลาดมากขึ้น"
"แต่บทบาทของเอเจนซี่จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสามารถในการวางแผน ดำเนินการ และวัดผลข้ามแพลตฟอร์ม"
อย่างไรก็ตาม Schultz เสริมว่าเครื่องมือ AI จะช่วย "ปรับสมดุลสนามแข่งขัน" ให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ไม่มีเวลาหรือกำลังทางการเงินในการใช้บริการเอเจนซี่
"สำหรับธุรกิจเหล่านี้ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับเอเจนซี่ได้ หรือไม่มีเวลาในแต่ละวันเพราะต้องคิดเรื่องงานสร้างสรรค์หรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือสิ่งที่ AI สามารถช่วยสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้"







