
จีนออกกฎเหล็ก! สั่งห้าม "เด็กชั้นประถม" ใช้ AI ทำการบ้าน
กระทรวงศึกษาฯ จีน ออกคำสั่งห้ามเด็กประถมศึกษาใช้ AI ทำการบ้าน ย้ำ! AI มีบทบาทเป็นเพียง "เครื่องมือสนับสนุน" เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่ทำหน้าที่แทนนักเรียนทั้งหมด
เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนทิศทางของ "จีน" ในการควบคุมเทคโนโลยีล่าสุด เมื่อสำนักข่าว VnExpress รายงานว่า
กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้ออกคำสั่งห้าม "นักเรียนระดับประถมศึกษา" ไม่ให้ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำการบ้านด้วยตัวเอง
โดยให้เหตุผลว่า AI ควรเป็นเพียง เครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่ผู้ทำแทนทั้งหมด
คำสั่งดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ในภาคการศึกษา และมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการป้องกันผลกระทบเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก
ใครใช้ได้บ้าง? ใครถูกจำกัด?
กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI ในการทำการบ้าน โดยระบุว่า
- เด็กประถม: ห้ามใช้ AI ทำการบ้านตามลำพัง
- เด็กมัธยมต้น: อนุญาตให้ใช้ AI เพื่อสำรวจ "โครงสร้างเชิงตรรกะ" ของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นได้
- เด็กมัธยมปลาย: สามารถใช้ AI ในกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีโดยตรง
นอกจากนี้ Global Times ยังรายงานว่า "ครู" เองก็มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลให้ AI เป็นแค่เครื่องมือเสริมเท่านั้น
ห้ามนำไปใช้ในการให้เกรด, สร้างคำตอบสำเร็จรูป หรือจัดการข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน
ไม่ได้ห้ามใช้ AI แต่เน้น "ความปลอดภัย" และ "จริยธรรม"
แม้จะมีกฎเข้มงวด แต่รัฐบาลจีนก็ยังคงสนับสนุนให้โรงเรียนนำ AI มาปรับใช้กับการเรียนการสอน เพียงแต่ต้องมาพร้อมกับมาตรการ "รักษาความปลอดภัยของข้อมูล" ที่แข็งแกร่ง
และไม่ได้จบแค่ที่โรงเรียนเท่านั้น "ผู้ปกครอง" ก็มีส่วนร่วมสำคัญ โดยถูกกระตุ้นให้ดูแลการใช้ AI ของลูกหลานอย่างใกล้ชิด
เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล และที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้เด็ก "พึ่งพา AI มากเกินไป" จนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
กระทรวงฯ ยังขอให้หน่วยงานท้องถิ่นไปพัฒนาแนวนโยบายเฉพาะพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎระเบียบการปกป้องข้อมูล, กรอบการประเมินด้านจริยธรรม ไปจนถึงการจัดทำรายชื่อเครื่องมือ AI ที่ได้รับการอนุมัติเพื่อใช้ในโรงเรียน
ทำไมจีนคุมเข้ม AI ตอนนี้?
คำสั่งนี้ออกมาในช่วงเวลาที่เครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT และ DeepSeek กำลังได้รับความนิยมอย่างมากและถูกนำมาใช้ในห้องเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงฯ ได้กล่าวกับสำนักข่าว China Daily ว่า
"AI คือเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่พลิกโฉมโลก การพัฒนาการศึกษาด้าน AI จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อจีน เพื่อคงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและสร้างบุคลากรแห่งนวัตกรรมสำหรับอนาคต"
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงฯ จึงมีแผนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับการศึกษา และฝึกอบรมครูให้สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปักกิ่งนำร่อง เปิดคอร์ส AI ให้เด็กแล้ว!
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ กรุงปักกิ่ง ได้ประกาศเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า จะเริ่มนำ "หลักสูตร AI" เข้าไปสอนในโรงเรียนประถมและมัธยมแล้ว
โดยจะเริ่มตั้งแต่ภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงนี้ ทุกโรงเรียนในปักกิ่งจะต้องมีการเรียนการสอน AI อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา
ซึ่งตามแผนงานที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของคณะกรรมการการศึกษาเทศบาลกรุงปักกิ่ง ระบุว่า
บทเรียนเหล่านี้อาจสอนเป็นหลักสูตรแยกต่างหาก หรือบูรณาการเข้ากับวิชาที่มีอยู่แล้ว เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ







