posttoday
หมดห่วงเรื่องตรวจปอด AI ตรวจวินิจฉัยโรคปอดด้วยอัลตราซาวน์

หมดห่วงเรื่องตรวจปอด AI ตรวจวินิจฉัยโรคปอดด้วยอัลตราซาวน์

10 มีนาคม 2568

ที่ผ่านมาเราคุ้นเคยการตรวจปอดผ่านเอ็กซ์เรย์, CT scan ไปจน MRI แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถใช้ AI ตรวจโรคปอดได้ผ่านการอัลตราซาวน์ที่แม่นยำถึง 96%

โรคปอด อีกหนึ่งชนิดโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากเชื้อโรค สารพิษ ไปจนการบาดเจ็บ จัดเป็นโรคที่สร้างความทรมานและเป็นอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตามการตรวจอย่างละเอียดทำได้ไม่ง่ายนัก ต้องอาศัยกระบวนการและเครื่องมือซับซ้อนจนอาจทำให้การรักษาไม่ทันท่วงที

 

แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถตรวจโรคปอดได้ผ่านเครื่องอัลตราซาวน์

 

หมดห่วงเรื่องตรวจปอด AI ตรวจวินิจฉัยโรคปอดด้วยอัลตราซาวน์

 

การตรวจปอดผ่านอัลตราซาวน์แม่นยำ 96%

 

ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก Australia's Charles Darwin University กับการพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ที่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคปอดของผู้ป่วยได้ อาศัยเพียงภาพจากการอัลตราซาวน์บริเวณปอด ก็สามารถใช้ระบุร่องรอยของโรคทางเดินหายใจ เช่น ปอดบวม หรือ โควิด-19 ด้วยระดับความแม่นยำอยู่ที่ 96%

 

กลไกการทำงานของโมเดล AI นี้เริ่มจากการตรวจสอบรายละเอียดความแตกต่างของภาพอัลตราซาวน์ที่ป้อนเข้าสู่ระบบ ทำการวิเคราะห์แบบเฟรมต่อเฟรมของวีดีโอ นำมาค้นหารายละเอียดความแตกต่างระดับพิกเซลที่อาจถูกละเลยเมื่อมองด้วยตาเปล่า แล้วนำข้อมูลภาพรวมที่ได้ไปวิเคราะห์กับฐานข้อมูลเพื่อระบุโรค

 

ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้โมเดล AI สามารถตรวจจับความผิดปกติของปอด จากนั้นจึงนำมาจัดหมวดหมู่การวินิจฉัยว่าปอดที่รับการตรวจอยู่ในลักษณะใด ทั้งในกรณีที่ปอดปกติหรือเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ พร้อมแสดงร่องรอยและหลักฐานความผิดปกติที่ตรวจพบ

 

ในขั้นตอนการทดสอบพบว่า โมเดล AI นี้สามารถตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคปอดได้ในระดับความแม่นยำสูงถึง  96.57% ภายหลังยืนยันความถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวขาญ สูงกว่าความแม่นยำของโมเดล AI วินิจฉัยโรคปอดตัวอื่นที่มีระดับความแม่นยำโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 90 – 92% เท่านั้น

 

นี่จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยปอดอย่างแม่นยำ

 

หมดห่วงเรื่องตรวจปอด AI ตรวจวินิจฉัยโรคปอดด้วยอัลตราซาวน์

 

ประโยชน์ของการตรวจวินิจฉัยปอดด้วยอัลตราซาวน์

 

ตามปกติการตรวจวินิจฉัยโรคปอดเริ่มต้นจากการฟังเสียง อาศัยการใช้สเตโธสโคปฟังเสียงการหายใจตรวจหาความผิดปกติ จากนั้นจึงทำการส่งตรวจหารายละเอียดเพิ่มเติมผ่านอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น เอ็กซ์เรย์, CT scan หรือ MRI เพื่อให้ได้ภาพรายละเอียดในการวินิจฉัยที่ชัดเจน

 

อย่างไรก็ตามเครื่องการแพทย์สำหรับตรวจวินิจฉัยโรคปอดล้วนมีข้อจำกัดในการใช้งาน ทั้งความยุ่งยากต้องอาศัยการดูแลใกล้ชิด อุปกรณ์แต่ละชิ้นมีค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสูง อีกทั้งตัวเครื่องยังมีขนาดใหญ่ยากต่อการติดตั้งในสถานพยาบาลขนาดเล็ก ทำให้คนไข้ในพื้นที่ห่างไกลไม่มีโอกาสเข้ารับการตรวจที่ดีพอ

 

แตกต่างจากเครื่องอัลตราซาวน์ที่มีราคาถูกกว่า ตัวเครื่องยังสามารถเข้าถึงได้ง่ายรองรับการใช้งานในระดับชุมชนหรือสถานพยาบาลขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังสะดวกต่อการเข้าถึงกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่น โดยเฉพาะในด้านความรู้สึกคนไข้อาจสบายใจต่อการใช้งานอุปกรณ์นี้ มากกว่าเข้ารับการตรวจผ่านเครื่องมือการแพทย์ล้ำสมัย

 

สำหรับข้อกังวลในด้านอาการหลอนของ AI ที่มักพบมากในกลุ่ม Chatbot ทางทีมวิจัยเน้นย้ำว่าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะข้อมูลการวินิจฉัยและร่องรอยหลักฐานจะถูกบันทึกในข้อมูลโดยละเอียด พร้อมสร้างความโปร่งใสทางการแพทย์

 

AI ตรวจวินิจฉัยปอดนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาแทนที่แพทย์เฉพาะทาง แต่จะเป็นตัวช่วยให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยได้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ ช่วยให้แน่ใจผลการตรวจและเริ่มต้นการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดภาระของแพทย์และระบบสาธารณสุขเมื่อต้องตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินหายใจแต่ละเคสลงมาก

 

ในอนาคตพวกเขายังตั้งเป้าจะพัฒนาให้ AI ระบุโรคปอดอื่น เช่น วัณโรค พังผืดในปอด ไปจนมะเร็งเป็นลำดับต่อไป

 

 

 

นี่ไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวที่นำ AI เข้ามาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค ในปี 2024 ทาง FDA สหรัฐฯ ได้อนุมัติ DermaSensor อุปกรณ์ตรวจมะเร็งผิวหนัง 200 ชนิดบนสมาร์ทโฟน เช่นเดียวกับทาง Google ที่พัฒนาเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยเบาหวานขึ้นจอประสาทตาด้วย AI เช่นกัน

 

คาดว่าในไม่ช้าจะมีการใช้งาน AI ในฐานะผู้ช่วยและเครื่องมือทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ใช้งานกันทั่วไป

 

 

 

ที่มา

 

https://www.cdu.edu.au/news/researchers-train-ai-diagnose-lung-diseases

 

https://newatlas.com/medical-ai/ai-lung-disease/

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท